EG บทที่ 75 กระถางธูปนี้เป็นของล้ำค่า (อ่านฟรี)

EG บทที่ 74 ฟู่เจิ้งกวาง (อ่านฟรี)
EG บทที่ 76 คนขายของเก่า (อ่านฟรี)

เมื่อหนทางในการขายรถหรูมือสองเปิดอ้าขึ้น ในที่สุดก้้อนหินที่ถ่วงอยู่ในใจของเฝิงหยู่ก็ถูกปลดออก อู๋จื้อกางและพนักงานคนอื่นๆสำรวจความต้องการตลาดตลอดเวลา และสังเกตเห็นว่าเครื่องจักรกลทางการเกษตรและอะไหล่ที่ผลิตโดยสหภาพโซเวียตเป็นที่นิยมมากในประเทศจีน. เพราะความความทนทานที่มีมากกว่าของญี่ปุ่น แต่ราคาค่อนข้างแพง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเครื่องเก็บเกี่ยว รถแทรกเตอร์ เป็นต้น ล้วนมีประสิทธิภาพยอดเยี่ยม แต่หาซื้อได้ยาก

ครึ่งปีต่อจากนี้ เฝิงหยู่ตั้งใจจะทำธุรกิจนี้ หลงเจียงเป็นเมืองเกษตรกรรมขนาดใหญ่ ผืนดินเป็นที่ราบ พึ่งพาเพียงปศุสัตว์อย่างเดียวคงไม่สามารถบุกเบิกพื้นที่ได้ แต่เขาไม่แน่ใจว่าการขนส่งสินค้าเหล่านี้เข้าประเทศจะมีค่าใช้จ่ายเท่าไร

เมื่อถึงวันอาทิตย์ ฟู่เจิ้งกวางพาช่างกลสองคนที่เชี่ยวชาญการเช็คสภาพรถมาที่บริษัทการค้าไท่หัว

หลี่ซื่อเฉียบสบตากับช่างกลคนหนึ่ง แล้วก็ต้องตกใจ ช่างกลคนนี้เป็นคนที่มาตรวจเช็คสภาพเครื่องยนต์รถมือสองให้พวกเขา

เฝิงหยู่ไม่คิดจะปกปิดฟู่กวางเจิ้ง แล้วบอกเขาไปตามตรง. เพราะเขาต้องการขายรถยนต์มือสองชุดต่อไปให้ฟู่กวางเจิ้ง จึงไม่อาจปล่อยให้เขารู้สึกว่าถูกหลอกลวง

ฟู่กวางเจิ้งยิ้มและบอกว่าเขาไม่ได้ใส่ใจ. เพราะเขารู้ว่าช่างกลคนนี้ทำการทดสอบสมรรถภาพรถมือสองให้กับบริษัทการค้าไท่หัว เขาจึงจงใจพาช่างคนนี้มาด้วย เพื่อดูว่าบริษัทการค้าไท่หัวจะสมคบคิดกับช่างกลมาหลอกลวงเขาหรือเปล่า แต่ในเมื่อเฝิงหยู่พูดออกมาอย่างเปิดเผย นั่นหมายความว่าเฝ้งหยู่ไม่มีแผนการจะต้มตุ๋นเขา นี่ทำให้ในใจเขามีความเชื่อมั่นต่อบริษัทการค้าไท่หัวเพิ่มขึ้น

การทดสอบไปได้อย่างราบรื่น. รถสิบกว่าคันถูกตรวจสอบจนเสร็จสิ้นในช่วงบ่าย. การทดสอบส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่เครื่องยนต์ เบรกและคันเร่ง. ส่วนอื่นๆไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก

หลังจากการตรวจเช็คเสร็จสิ้นก็เป็นที่พึงพอใจต่อฟู่กวางเจิ้ง รถยนต์ทั้ง 18 คันนี้เขาต้องการทั้งหมด หลังจากหักค่าขนส่งแล้ว เขายังได้รับกำไรมากกว่า 50,000 หยวนต่อคัน หากดำเนินการดีดี เขาอาจจะได้กำไรมากยิ่งขึ้น

ทุกคนกลับไปที่คลังสินค้าของบริษัทการค้าไท่หัวเพื่อลงนามในสัญญาที่จัดทำขึ้นโดยเฝิงหยู่ ฟู่กวางเจิ้งอ่านสัญญาอย่างละเอียดแล้วจึงเซ็นสัญญา

พรุ่งนี้หลังจากที่เงินถูกโอนมายังบริษัทการค้าไท่หัว ฟู่กวางเจิ้งจึงจะทำการขนย้ายรถยนต์ เขาได้จัดเตรียมเส้นทางการขนส่งแล้ว เอกสารทั้งหมดก็เสร็จสิ้นภายในหนึ่งชั่วโมง

เมื่อต่างฝ่ายเก็บสำเนาสัญญาเรียบร้อยดีแล้ว เฝิงหยู่ก็กล่าวอย่างสุภาพว่า “คุณฟู่  ดื่มชาสักถ้วยก่อนนะครับ”

คิดไม่ถึงว่าฟู่กวางเจิ้งจะตอบรับคำเชิญของเขาอย่างง่ายดาย ทั้งยังบอกว่าเขากระหายน้ำนานแล้ว เฝิงหยู่จึงสั่งพนักงานของเขาให้ไปเตรียมชามา ในเวลาเดียวกันก็พูดขอโทษฟู่กวางเจิ้งที่ต้อนรับเขาไม่ดีพอ

การที่บริษัทมีเพียงพนักงานชายคงไม่สมควร ไม่มีใครพิถีพิถันฉุกคิดได้ว่าจะต้องเตรียมชาสำหรับต้อนรับลูกค้าและแขก

แต่นี่ก็ต้องโทษเฝิงหยู่  เพราะเขาสอนให้พนักงานทั้งหลายประพฤติตนแบบนี้ ที่บริษัทประสบความสำเร็จได้ก็เพราะความหยิ่งทระนง เฝิงหยู่ย่อมไม่ยอมรับเด็ดขาดว่านี่เป็นความผิดของเขา

ฟู่กวางเจิ้งจิบชาเล็กน้อย แล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย รสชาติชาค่อนข้างธรรมดา ไม่ได้เป็นชาดี เขาจึงไม่อยากดื่ม แต่ก็ยังเกรงใจจิบไปคำหนึ่งก่อนที่จะวางถ้วยชาลง ที่เขาอยากอยู่ต่อไม่ใช่เพราะกระหายอยากดื่มชาหรอก

เขาสังเกตเห็นแว่บๆว่ามีกระถางธูปสามขาวางอยู่มุมหนึ่งของผนัง จึงถามเฝิงหยู่ว่า “คุณเฝิง ออฟฟิศของคุณยังวางของแบบนี้อยู่อีกเหรอ มันดูไม่เข้าก้นกับสำนักงานของคุณ”

เงิงหยู่จึงมองไปที่กระถางธูปที่เขาซื้อมา 300,000หยวนจากหวางขาเป๋ เดิมทีเขาอยากเอามาใช้เป็นกระถางดอกไม้ แต่สำนักงานของเขาอยู่ในโกดังและไม่มีแสงแดด เขาจึงลืมเรื่องนี้ไปเลย

“อ๋อ ก็แค่กระถางธูป ผมซื้อมาจากเพื่อนนะครับ ไม่รู้จะเอาไปวางตรงไหน เลยวางทิ้งไว้ในมุมนั้น”

ซื้อมาจากเพื่อนหรือ? หรือเขาจะรู้ว่ามันเป็นของเก่าแก่? มันคงยากที่จะเอ่ยปากขอซื้อ แต่ทำไมมันถูกวางไว้ที่มุมนั้น หรือว่ามันเป็นของปลอม?

ฟู่กวางเจิ้งเป็นโรคอย่างหนึ่ง หรือจะพูดได้ว่าคนบ้าของเก่าก็เป็นเหมือนๆกัน คือ เมื่อมีของเก่ามาวางไว้ตรงหน้า หากพวกเขาไม่ได้ถือในมือแล้วพิจารณาอย่างละเอียดหรือเอามาถือเล่น พวกเขาจะนอนไม่หลับ!

“กระถางธูปสินะ ผมชื่นชอบกระถางธูปเสียด้วย ไม่ทราบว่าผมจะขอดูใกล้ๆได้หรือเปล่า?”

ยังมีคนสะสมกระถางธูปด้วย? เฝิงหยู่มองฟู่กวางเจิ้งอย่างสงสัย งานอดิเรกนี้ค่อนข้างแปลกและไม่ดูเหมือนไม่เชื่อในศาสนา

“ได้ครับ ถ้าคุณชอบก็ดูเลยครับ”

เฝิงหยู่หยิบกระถางธูปแล้ววางไว้บนโต๊ะดัง’ตึง’

แม้ว่าจะมีฝุ่นหล่นลงบ้าง แต่กระถางธูปก็ยังสกปรก แถมยังมีขี้เถ้าจากธูปลอยคลุ้ง

เฝิงหยู่ถอยหลังสองก้าว โบกไม้โบกมือปัดขี้เถ้าด้านหน้าของเขา. ฟู่กวางเจิ้งเคลื่อนย้ายเก้าอี้ของเขาไปด้านหลังเล็กน้อย พร้อมวางถ้วยน้ำชาบนโต๊ะ. ขี้เถ้าหล่นใส่ถ้วยชาจนไม่สามารถดื่มได้อีกต่อไป. แต่ดวงตาของฟู่กวางเจิ้งไม่ได้ละออกจากกระถางธูปเลย

เอ๋? เฝิงหยู่มองฟู่กวางเจิ้งด้วยความฉงนสนเท่ห์ ทำไมเขาหยิบถุงมือสีขาวออกมาใส่ ภาพเช่นนี้ทำไมมันรู้สึกคุ้นเคยนัก?

พลัน เฝิงหยู่ก็นึกถึงรายการโทรทัศน์ที่เขาเคยดูในชีวิตก่อนหน้านี้ ดูเหมือนชื่อรายการจะเรียกว่า “ประเมินสมบัติ” ผู้เชี่ยวชาญด้านของเก่ามักจะสวมถุงมือสีขาวในการประเมินค่าโบราณวัตถุ

พอมองกลับไปที่ฟู่กวางเจิ้งอีกครั้ง เขากำลังเช็ดฝุ่นออกจากพื้นผิวของกระถางธูปอย่างระวัง จากคำพูดของเขาก่อนหน้านี้ รวมถึงการแสดงออกของเขา เฝิงหยู่ก็พอจะคาดเดาได้

ฟู่กวางเจิ้งดูท่าทางเป็นคนพิถีพิถัน ถ้ากระถางธูปสะอาด เขาไม่ใส่ถุงมือ แต่กระถางธูปนี้สกปรกมาก เขาคงไม่อยากให้มือสกปรก ดังนั้นเขาจึงใส่ถุงมือ

เขาคิดว่าการแสดงของเขาเเนบเนียนมาก เขาสะสมกระถางธูป นี่เป็นข้ออ้างที่ดีเยี่ยม ด้วยเหตุนี้ เฝิงหยู่จะไม่สงสัยอะไร

เฝิงหยู่วางกระถางธูปนี้ไว้มุมหนึ่งของห้อง เห็นได้ชัดว่าไม่สนใจมัน คงคิดว่ามันเป็นกระถาบธูปที่ขายทั่วๆไป ไม่ก็คิดว่ามันเป็นของปลอม

ฟู่กวางเจิ้งมองรูปทรงของกระถางธูป มันดูเหมือนกระถางในสมัยซวนเต๋อ กระถางซวนเต๋อผลิตในช่วงราชวงศ์หมิง ราคาเพียง3000หยวน. ต่อมาได้รับความเสียหายและสูญหายไปไม่น้อย. ราคากระถางเหล่าจึงเพิ่มสูงขึ้น ถ้ากระถางนี้เป็นของจริง คงขายได้เงินเป็นจำนวนมาก

ฟู่กวางเจิ้งเช็ดกระถางที่จุดๆหนึ่งจนมันสะอาด เพื่อมองวัสดุและสี เขาจะได้ประเมินอย่างคร่าวๆ. แล้วขอซื้อในราคาต่ำ หากการเจรจาเป็นไปอย่างราบรื่น เฝิงหยู่ควรจะยินดีขายให้ เขา

แต่เขาคิดไม่ถึงว่าการที่เขาใส่ถุงมือสีขาว ทำให้เฝิงหยู่เอะใจสงสัยว่ากระถางเป็นของล้ำค่า

ฟู่กวางเจิ้งส่ายหัว แล้ววางกระถางไว้บนโต๊ะ แต่เสียงที่กระถางกระทบโต๊ะแผ่วเบามาก เพราะเขาวางอย่างระมัดระวัง ถึงแม่ว่าเขาไม่ได้ตรวจเช็คอย่างละเอียด แต่ก็พอดูออกว่ากระถางธูปนี้อาจจะเป็นของยุคซวนเต๋อ  50% ส่วนอีก50%ไม่แน่อาจจะเป็นของเลียนแบบ

แต่มันไม่สำคัญว่าถ้ามันเป็นจริงหรือของปลอม. แม้ว่ามันเป็นของเลียนแบบมันก็ขายได้ราคาสูง หากโชคดีได้พบกับคนที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับของเก่ามากนัก เขาอาจขายได้ในราคาเท่าของจริง

“ผมไม่เคยเห็นกระถางธูปชนิดนี้มาก่อน คุณเฝิงยินดีที่จะขายให้ผมไหม” ฟู่กวางเจิ้งกล่าวแล้ววางธนบัตร 100 ดอลลาร์ฮ่องกงลงบนโต๊ะ

ตอนนี้เฝิงหยู่สามารถแน่ใจได้ว่ากระถางธูปนี้เป็นของโบราณ ไม่เช่นนั้น ฟู่กวางเจิ้งจะต้องการซื้อกระถางธูปที่สกปรกเช่นนี้ไปทำไม?

เฝิงหยู่ยิ้มและกล่าวว่า “คุณฟู่กำลังล้อเล่นผมใช่ไหมครับ? ผมใช้เงินหลายแสนหยวนเพื่อซื้อกระถางธูปนี้จากเพื่อน แต่คุณเสนอราคา100ดอลล่าห์ฮ่องกง?”

รอยยิ้มบนใบหน้าฟู่กวางเจิ้งหุบลงทันที ซื้อมาหลายแสนหยวน? หรือเฝิงหยู่รู้ว่ากระถางธูปนี้นี้เป็นของเก่าสมัยซวนเต๋อ?

เป็นไปไม่ได้ ใครจะเอาของล้ำค่าราคาหลายแสนไปวางมุมกำแพง? เขาจะต้องหลอกลวง!

“ผมไม่ได้ยินผิดไปใช่ไหม? หลายแสนหยวน? กระถางธูปนี่ราคาไม่กี่หยวนหรอก”

“ใช่เหรอครับ? ราคาไม่กี่หยวนเหรอครับ ถ้าอย่างนั้นคุณฟู่ขายให้ผมได้ไหมละครับ มีมากแค่ไหน ผมจะซื้อมากเท่านั้น ผมคนจริงไม่พูดอ้อมค้อม  กระถางนี้เป็นของโบราณ คุณก็น่าจะมองออกนะครับ.”

EG บทที่ 74 ฟู่เจิ้งกวาง (อ่านฟรี)
EG บทที่ 76 คนขายของเก่า (อ่านฟรี)

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *