บทที่ 49 เอาไงดี 7 (2) [อ่านฟรี]

บทที่ 49 เอาไงดี 7 (1) [อ่านฟรี]
บทที่ 50 เข้าสู่วังน้ำวน 1 (1) [อ่านฟรี]

บทที่ 49 เอาไงดี 7 (2)

 

ล็อกถูกน้องๆของเขาทั้งสิบคนล้อมรอบไว้และเผยความในใจของตนให้แก่น้องๆของตนได้ทราบ โรสลินกำลังกระซิบกระซาบกับมังกรดำภายในรถม้ามันเป็นเสียงที่เบามากจนคาร์ลไม่สามารถได้ยินในสิ่งที่ทั้งคู่สนทนากัน

    “ท่านมังกร…นี่คือตำราเรียนภาษาของอาณาจักรโรมัน..ส่วนนี่คือตำราเรียนภาษาทางการที่สามารถสื่อสารกันได้เข้าใจทั่วทั้งทวีป”

    “ขอบใจมากเจ้ามนุษย์…ข้าเป็นมังกรที่ยอดเยี่ยมและยิ่งใหญ่ที่สุด.แน่นอนว่าข้าสามารถเรียนรู้มันได้อย่างรวดเร็ว”

    “เป็นดั่งที่ท่านกล่าว…ท่านเป็นมังกรที่ยอดเยี่ยมและยิ่งใหญ่ที่สุด…ข้าขอภาวนาให้ท่านสามารถตั้งชื่อที่ยอดเยี่ยมที่สุดให้แก่ตัวท่านเองได้”

    “ข้าจะไปขอให้เขาตั้งชื่อให้แก่ข้า”

    “….เอ่อ…ข้ามั่นใจว่าหากท่านเอ่ยขอนายน้อยคาร์ลให้ตั้งชื่อให้แก่ท่าน..มันคงจะเป็นเรื่องที่โหดร้ายสำหรับท่านพอควรเลย”

    “ฮึ่ย!”

    คาร์ลไม่รู้ว่าพวกเขากำลังพูดอะไรกันแต่เขาสามารถเห็นใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มของโรสลินที่กำลังเฝ้ามองมังกรดำอยู่ก่อนที่คาร์ลจะเริ่มขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัยกับท่าทีของเธอ จากนั้นคาร์ลก็หันไปมองเชวฮันที่ยังคงพูดอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับสิ่งที่คาร์ลควรทำเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอดให้ได้หากไม่มีเขาอยู่ข้างกายแล้ว

“ท่านคาร์ล…ท่านสามารถเพิ่มการเอาตัวรอดของท่านได้หากท่านลงมือใช้ระเบิดที่มีอยู่ทำลายมันให้ตายภายในครั้งเดียวและต้องวิ่งหนีจากมันไปให้เร็วที่สุดดังนั้นมันจะ…..”

    “พอได้แล้ว!สำหรับเรื่องไร้สาระที่เจ้ากำลังพูดอยู่”

    คาร์ลเอ่ยขัดในสิ่งที่เชวฮันพูดยังไม่ทันจบก่อนจะกล่าวต่อโดยทันทีโดยไม่ให้เชวฮันมีโอกาสได้พูดอะไรออกมาอีก

    “แค่ทำให้แน่ใจ..ว่าเจ้าจะกลับมาโดยไม่ได้รับบาดเจ็บก็พอ”

    “….ขอรับ!…กระผมจะทำได้อย่างแน่นอน”

    คาร์ลไม่ต้องการที่จะเห็นรอยยิ้มอันไร้เดียงสาของเชวฮันอีกต่อไปจึงได้ตัดสินใจก้าวขึ้นรถม้าโดยทันที ก่อนที่โรสลินจะก้าวลงจากรถม้าเมื่อเห็นคาร์ลก้าวขึ้นมาบนรถม้าแล้ว

    คาร์ลรู้สึกได้ถึงน้ำหนักตัวของมังกรดำที่ยังคงใช้เวทย์ล่องหนอยู่เช่นเดียวกับน้ำหนักตัวของออนและฮงที่นั่งลงบนตักของเขาในขณะที่เขามองออกไปนอกหน้าต่างรถม้าเพื่อแจ้งแก่ฮันส์

    “ไปกันเถอะ!”

    ข้ารับใช้ทุกคนในบ้านพักของตระกูลเฮนิตัสในเมืองหลวงได้ออกมาส่งคาร์ลบริเวณนอกรั้ว คาร์ลไม่เข้าใจว่าทำไมข้ารับใช้ถึงต้องละทิ้งงานของพวกเขาให้ล่าช้าลงเพียงเพื่อมาส่งตนเช่นนี้ด้วย คาร์ลได้แจ้งแก่พวกเขาไปแล้วว่าไม่เป็นไรหากพวกเขาจะไม่ออกมาส่งตนแต่พวกเขาทั้งหมดก็ยังอยากออกมากล่าวลาเขาอยู่ดีสินะ!

    “ขอให้นายน้อยเดินทางกลับอย่างปลอดภัย!”

    “มันเป็นความสุขของพวกเรา..ที่ได้รับใช้นายน้อย!”

    “พวกเราหวังว่าจะได้รับใช้นายน้อยอีกครั้งในอนาคต!”

    ‘เรื่องไร้สาระพวกนี้ช่างน่ากลัวเสียจริง’

    คาร์ลไม่มีแผนที่จะเดินทางกลับมายังเมืองหลวงอีกต่อไป เขาโบกมือลาให้กับพวกเขาอย่างไม่ใส่ใจนักและปิดม่านหน้าต่างรถม้าลงทันที ท่าทางเช่นนี้คือสัญญาณของการเริ่มออกเดินทาง

คณะเดินทางของคาร์ลประกอบไปด้วยรถม้ามากกว่าสองคันซึ่งมากกว่าตอนที่พวกเขาเดินทางมาเยือนเมืองหลวงและตอนนี้พวกเขากำลังออกจากเมืองหลวงเพื่อมุ่งหน้าไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

‘อาณาเขตอัลบา’ คือสถานที่ที่คาร์ลมุ่งหน้าไปมันเป็นสถานที่ที่ประกอบไปด้วยทะเลที่เต็มไปด้วยวังน้ำวนเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว

*****************************************************************************

“ฟืด!!!!….มันมีกลิ่นเค็ม!…นี่คือทะเลเช่นนั้นหรือ?”

‘ฮง’ลูกแมวขนสีแดงที่มองออกไปนอกหน้าต่างรถม้าหลังจากที่เปิดหน้าต่างรถม้าและสูดอากาศเข้าไปเต็มปอดเล็กๆของมัน คาร์ลพยักหน้าตอบรับเบาๆในขณะที่ยื่นมือของตนไปรับสิ่งของที่มีลักษณะกลมและมีขนาดเล็กจากมังกรดำ

“นี่คือ…ส่วนผสมของพลังเวทย์ที่ได้จากระเบิดพวกนั้นหรือ?”

มังกรดำพยักตอบรับกับคำถามของคาร์ลก่อนเอ่ยตอบ

“ใช่!…ตอนนี้พวกเราสามารถสร้างระเบิดพลังเวทย์แบบใหม่ได้แล้ว”

คาร์ลรู้สึกถึงความสุขที่เพิ่มขึ้นโดยทันทีเมื่อได้รับคำยืนยันนี้และเปิดหน้าต่างรถม้าให้กว้างขึ้นกว่าเดิม สายลมที่หอบเอากลิ่นทะเลถูกพัดเข้ามาในรถม้าเรื่อยๆเมื่อเขามองไปยังทะเลของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มันมีเกาะมากมายให้เห็นไปทั่วมหาสมุทรซึ่งทะเลทางชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือจะประกอบไปด้วยหมู่เกาะเล็กๆเหล่านี้เป็นจำนวนมาก

‘ออน’ ลูกแมวขนสีเงินก็ตื่นเต้นเช่นเดียวกัน

“โอ้!….ดูหน้าผาที่แหลมคมนั่นสิ!”

หน้าผาอันแหลมคมก่อให้เกิดความหวาดหวั่นขึ้นได้และความหวาดเสียวยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีกเมื่อพวกเขากำลังนั่งรถม้าข้ามสะพานที่สร้างขึ้นบนหน้าผาแห่งนี้

คาร์ลมองไปที่ ‘หน้าผาแห่งสายลม’ ซึ่งเป็นสถานที่ที่สวยงามที่สุดในอาณาเขตอัลบาและมีเกาะเล็กๆหลายแห่งที่อยู่ถัดไปจากหน้าผานี้

ระหว่างทางของหน้าผาและหมู่เกาะต่างๆมีวังน้ำวนมากมายกีดขวางเส้นทางอยู่ซึ่งวังน้ำวนเหล่านี้คือตัวการที่ทำให้ชายฝั่งทะเลอัลบาถูกกล่าวขานว่าเป็นสถานที่ที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง

‘ผู้ฆ่านักเวทย์ได้สิ้นสุดการเดินทางของเขาลงบนเกาะใดสักแห่ง…หลังจากที่เรือของเขาอับปางลงด้วยกระแสน้ำวนพวกนี้และจบลงด้วยการที่เขาได้ค้นพบพลังศักดิ์สิทธิ์โบราณ ‘เสียงเรียกของวายุ’’

ผู้ฆ่านักเวทย์คนนี้เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปว่าเป็นคนที่ป่าเถื่อนที่ชาญฉลาด เขาแข็งแกร่งกว่าล็อกที่เป็นทั้งสมาชิกเผ่าหมาป่าสีน้ำเงินและยังเป็นราชาของเผ่าหมาป่าในอนาคต อีกทั้งล็อกยังได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้ที่แข็งแกร่งเป็นลำดับต้นๆในทวีปตะวันตกเสียอีกด้วยซ้ำ ชื่อของผู้ฆ่านักเวทย์คนนี้คือ‘ทูนก้า’หรือที่รู้จักโดยทั่วไปในชื่อ ‘เผด็จการทูนก้า’

‘ฉันต้องได้รับมันมาครอบครองก่อนที่เขาจะหามันเจอ’

หากสิ่งต่างๆยังคงเป็นไปตามเนื้อหาในนิยายมันก็ยังเร็วเกินไปที่ ‘ทูนก้า’จะเดินทางมายังที่นี่ในเวลานี้ คาร์ลคิดว่าเขาไม่มีทางที่จะได้เผชิญหน้ากับทูนก้าอย่างแน่นอน คาร์ลหันไปมองท้องทะเลด้วยความพอใจการเดินทางในครั้งนี้จะราบรื่นตราบใดที่เขาสามารถหลีกเลี่ยงจากทูนก้าได้

คาร์ลยังคงมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความสุขและสามารถมองเห็นบางสิ่งที่อยู่ไกลออกไปสุดขอบฟ้าทะเลนั่น

“หืม?”

คาร์ลขยี้ตาของตนเล็กน้อยแต่เขาก็ยังมองเห็นสิ่งนั้นอยู่เหมือนเดิม

“…..นั่นมันคงไม่ใช่วาฬหรอกใช่มั้ย?”

วาฬที่มีลำตัวขนาดใหญ่พ่นน้ำขึ้นไปในอากาศในตอนที่พวกเขากำลังเดินทางผ่านทะเลของชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อมุ่งหน้าไปทางตอนเหนือของอาณาเขตอัลบา ทันใดนั้นคาร์ลก็รู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างและกำระเบิดพลังเวทย์ในมือของตนไว้แน่น

    วาฬส่วนใหญ่มักอาศัยอยู่ในทะเลทางตอนเหนือของทวีปนั่นคือข้อเท็จจริงของเผ่าวาฬเช่นกันมีเพียงแค่ตอนที่พวกมันทำสงครามกับเหล่านางเงือกเท่านั้นที่มุ่งสู่ทะเลทางตอนใต้

    ‘ฉันแน่ใจว่าพวกมันเพียงแค่ว่ายผ่านไปยังทะเลทางตอนเหนือเท่านั้น…ไม่มีทางที่วาฬจำนวนมากเช่นนี้จะปรากฏตัวขึ้นที่นี่ได้…มันไม่มีทางเป็นเช่นนั้นใช่มั้ย?!!!!’

    ก่อนที่เสียงของมังกรดำจะดังก้องอยู่ในหูของคาร์ล

    “ข้าสัมผัสถึงพลังที่แข็งแกร่งของสิ่งนั้นได้”

    เสียงก้องของมังกรดำเสียดแทงเข้าสมองของคาร์ลทันที

    นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้คาร์ลหน้านิ่วคิ้วขมวดสลับกับซีดเผือดเมื่อพวกเขาเดินทางเข้ามายังหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ด้านนอกของ‘หน้าผาแห่งสายลม’

    “นายน้อย…ท่านป่วยระหว่างเดินทางหรือขอรับ?”

    คาร์ลส่ายหน้าปฏิเสธเมื่อฮันส์เอ่ยถาม

    “เปล่า…ข้าเพียงรู้สึกไม่ดีเล็กน้อย”

    “อ่า….มันอาจน่ากลัวเพราะหน้าผาพวกนั้นแต่อย่างไรก็ตามคนบังคับรถม้าของเรามีประสบการณ์ที่สูงมาก..ดังนั้นนายน้อยไม่ต้องกังวลนะขอรับ”

    คาร์ลเลือกที่จะเพิกเฉยกับความคิดเห็นที่ไร้ประโยชน์ของฮันส์และยื่นมือออกไปหาบุคคลที่เดินเข้ามาใกล้เขาโดยทันที

    “คุณหนูอามูร์..ไม่ได้เจอกันนานเลยสินะ”

    “สวัสดี..นายน้อยคาร์ล”

    อามูร์มีรอยยิ้มอันผ่อนคลายประดับบนใบหน้าเมื่อเอ่ยต้อนรับคาร์ลและคณะเดินทางของเขา

นี่คือหมู่บ้านชายทะเลเล็กๆแห่งหนึ่งในอาณาเขตอัลบา หมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษและอนุญาตให้ชาวบ้านพักอาศัยอยู่อย่างสงบสุขและเงียบสงบมาจนถึงทุกวันนี้และจู่ๆก็ต้องวุ่นวายกับแขกผู้มาเยือนเป็นจำนวนมากในตอนนี้

หมู่บ้านแห่งนี้กำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกๆวัน อย่างไรก็ตามพวกเขากำลังเผชิญหน้ากับโอกาสที่จะทำหมู่บ้านของพวกเขาเปลี่ยนแปลงอย่างไร้ที่เปรียบในอนาคตอันใกล้นี้ คืนพรุ่งนี้ก็นับเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน

คืนพรุ่งนี้คือคืนที่คาร์ลวางแผนจะใช้ระเบิดพลังเวทย์ทำลายมหาสมุทรที่แสนลึกล้ำนั้นแล้ว

อย่างไรก็ตามสิ่งที่คาร์ลไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น สถานการณ์อันเลวร้ายนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีทหารองครักษ์ผู้หนึ่งมารายงานบางสิ่งให้อามูร์ทราบ ทหารองครักษ์ผู้นี้ขยับเข้าหาอามูร์อย่างรวดเร็วและกล่าวรายงานอย่างเงียบๆ

“คุณหนูอามูร์…คนที่เราได้ช่วยชีวิตไว้..ฟื้นคืนสติแล้วขอรับ…”

“โอ้!…เช่นนั้นหรือ?”

‘ช่วยชีวิตคน?’

คำนั้นทำให้คาร์ลนึกถึงเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น

ในขณะที่คาร์ลเริ่มรู้สึกสับสนในใจของตน อามูร์ก็ได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อสังเกตเห็นสีหน้าของคาร์ลเข้า

“เรากำลังดำเนินการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบบริเวณชายฝั่งและเกาะบริเวณใกล้เคียงเพื่อมองหาสถานที่ที่เหมาะแก่การสร้างฐานทัพเรือแห่งใหม่…ก่อนจะได้ช่วยคนผู้หนึ่งที่ดูเหมือนว่าเรือจะอับปางลง..ดูเหมือนว่าตอนนั้นเขาจะหมดสติลง”

‘ฉันรู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย’

“เรากำลังถกเถียงกันว่าจะทำอย่างไรเมื่อเราเห็นเขาหมดสติและกำลังถูกลากเข้าสู่วังน้ำวนนั่น..แต่ข้ายังจำสิ่งที่ท่านทำในจัตุรัสกลางเมืองนั้นได้ดีและตัดสินใจที่จะช่วยเหลือเขา”

อามูร์ยังกล่าวกับคาร์ลต่อไป

“เพราะชีวิตของคนผู้นั้นย่อมมีค่า….ใช่หรือไม่นายน้อยคาร์ล?”

คาร์ลตอบคำถามนั้นกลับไปหลังจากเงียบไปครู่ใหญ่

“…..แน่นอน”

“ข้าคิดไว้อยู่แล้วว่าท่านจะตอบเช่นนี้….”

คาร์ลไม่สามารถมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของอามูร์ได้ในตอนนี้ สิ่งที่วนเวียนภายในใจของเขาคือรายละเอียดของเนื้อหาในนิยายที่อธิบายถึงสถานการณ์ของทูนก้าเพียงเท่านั้น

 

บทที่ 49 เอาไงดี 7 (1) [อ่านฟรี]
บทที่ 50 เข้าสู่วังน้ำวน 1 (1) [อ่านฟรี]

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *