ตอนที่ 2  มัน…มันต้องเป็นปีศาจ!

ตอนที่ 1 เกินหลักเหตุและผลทางวิทยาศาสตร์  
ตอนที่ 3 สังหาร ทุกสรรพสิ่งต้องถูกคร่าชีวิต

ตอนที่ 2  มัน…มันต้องเป็นปีศาจ!

ในเวลาเดียวกัน มีรถเบนซ์หรูมาจอดที่ข้างโรงแรมตี้หวาง

ด้านในมีคนขับคนหนึ่งและชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่

มุมปากของทั้งสองคนแสยะยิ้มอย่างเยาะหยัน หางตาเหลือบมองไปยังทางเข้าของโรงแรม ราวกับว่ากำลังมองเรื่องสนุกก็ไม่ปาน

โดยเฉพาะชายหนุ่มคนนั้นที่มีความมุ่งร้ายอย่างลึกๆบนใบหน้า

“ฮ่าฮ่า! ขยะอย่างไอ้เย่เฟิง กูจะดูสิว่ามันจะตายดียังไง! นอนไปเหอะหลินหลาน กงหยุนเฟยคู่หมั้นของหล่อนคงหักกระดูกไอ้ไร้ค่านั่นเป็นชิ้นๆแน่! ดูสิท่านผู้เฒ่าจะคุ้มกะลาหัวไอ้นอกคอกนั่นยังไง! ฮ่าฮ่าฮ่า….”

เมื่อนึกถึงจุดจบอันน่าสังเวชของเย่เฟิง ใบหน้าของบุรุษหนุ่มเพิ่มความเหี้ยมโหด!

กริ๊ง กริ๊ง!

ในตอนนี้เอง เสียงโทรศัพย์ของคนขับรถก็ดังขึ้น

“น่าน้อยหู! นักข่าวจากสถานีโทรทัศน์เมืองเจียงครับ!” คนขับรถเหลือบมองเบอร์โทรเข้า แล้วหันไปพูดกับบุรุษหนุ่ม

พอได้ยินคำพูดนี้ บุรุษหนุ่มที่มีนามว่านายน้อยหูแสยะยิ้มอย่างมุ่งร้าย

“รีบรับโทรศัพย์สิวะ! คงได้มาไว้ในกำมือแล้วสินะ! จำเอาไว้ ให้นักข่าวส่งภาพมาเยอะๆ กูอยากจะเห็นใบหน้าที่สิ้นหวังของไอ้ไร้ค่านั่น! ฮ่าฮ่าฮ่า….”

นายน้อยหูเปี่ยมสุขล้น หัวเราะร่าอย่างมีความสุข

เพียงแต่ หลังจากที่คนขับรถรับโทรศัพท์ รอยยิ้มบนใบหน้าของคนขับรถก็หุบลง เวลาเดียวกันนั้น ใบหน้าแสดงอารมณ์ราวกับเห็นผีก็ไม่ปาน

จนถึงตอนท้าย คนขับรถวางสายโทรศัพท์ แล้วถุยน้ำลาย ก่อนจะหันไปพูดกับนายน้อยหู

“นายน้อยหู นัก..นักข่าวบอกว่า ในห้องไม่มีเจ้านอกคอกนั่น มีแต่คุณหนูหลินหลาน!”

อะไรนะ!!!

พอนายน้อยหูได้ยินคำพูดนี้ก็อึ้ง พร้อมทั้งเดือดดาลขึ้นมาปานสายฟ้า

“บัดซบ! อะไรกันวะ! กูเป็นคนจัดให้ไอ้นอกคอกกับหลินหลานอยู่ด้วยกันกับมือกูเอง ทำไมถึงยังมีหลินหลานแค่คนเดียว! เจ้าพวกนั้นหาทั่วห้องหรือเปล่า? ไอ้นอกคอกนั่นต้องอยู่ในห้องไม่ยอมออกมาแน่ๆ!!!”

ครานี้คุณชายหูเดือดดาลสะเทือนถึงกระเพาะ

อุส่าห์จัดฉากได้อย่างไม่ง่ายดาย ซ้อมเย่เฟิงจนสลบ มอมหลินหลานให้สลบ วางแผนให้ทั้งสองหลับนอนให้ห้องเดียวกัน แล้วให้เรื่องแดงต่อหน้าประชาชี เป็นแผนยืมมีดเชือด

แต่ตอนนี้ ไอ้นอกคอกนั่นไม่ได้นอนอยู่กับหลินหลาน นักข่าวก็ไม่ได้ภาพมาสักใบ นี่จึงทำให้เขาแทบกระอักเลือด!

พอคนขับรถเห็นท่าทางคุ้มคลั่งของนายน้อยหู คนขับรถได้แต่หดคอลง แล้วกล่าวอย่างกล้าๆกลัวๆ

“นายน้อยหู! นักข่าวยังบอกอีกว่า พวกเขาหาทุกซอกทุกมุมของโรงแรม ขนาดดูจากห้องควบคุมกล้องวงจรปิดก็ไม่เห็นว่าไอ้นอกคอกนั่นจะออกจากห้อง ที่ท่าแปลกใจคือภายในห้องมีแค่หลินหลานเพียงคนเดียว!”

เป็นไปไม่ได้!!!

ครานี้ เย่หูไม่หกล้าเชื่อกับสิ่งที่ตัวเองได้ยิน!

คนเป็นๆคนหนึ่ง จะหายตัวไปในอากาศได้อย่างไร!

“สารเลว! สารเลว!”

หน้าผากของเย่หูมีเส้นเลือดผุดขึ้นด้วยความเดือดดาล อารมณ์ในดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความชั่วร้ายและไม่ยินยอมถึงที่สุด

ราวกับว่าเย่หูในครานี้ดั่งราชสีห์ที่กำลังเกรี้ยวกราด

เพียงแต่ ในตอนนี้เองที่เขาพบว่าการแสดงออกทางอารมณ์ของคนขับรถมีความผิดปกติ จึงอึ้งไปชั่วขณะ

“มีอะไร? ทำไมทำสีหน้าแย่แบบนั้น!”

เย่หูถามด้วยใบหน้าเปี่ยมความสงสัย

แต่ดูท่าทางราวกับคนขับรถไม่ได้ยิน ดวงตาคู่นั้นจ้องเขม็งตรงไปที่เบาะนั่งด้านหลัง ใบหน้าเปี่ยมอารมณ์ไม่อยากเชื่ออยู่ลึกๆ ท่าทางประหนึ่งเห็นภูตผีก็ไม่ปาน

หืม?

เย่หูตะลึง หันหน้าไปมองทันที พลัน เขาก็สะดุ้งโหยง

เพราะไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เบาะนั่งด้านหลังมีบุรุษหนุ่มอีกคนหนึ่งนั่งอยู่ด้วย

ใบหน้าอันหล่อเหลา อารมณ์เย็นชา มุมปากแสยะราวกับจะยิ้ม ดวงตาดำมืดคู่นั้นส่งแสงแวววาวที่ดูลึกราวปานจะกลืนกิน

เขา เขาคือเย่เฟิง!

เพียงแต่.. ที่น่าประหลาดกว่านั้นคือ ไม่ว่าคนขับรถ หรือว่าเย่หู ไม่มีใครรู้ว่าตัวตนของเย่เฟิงมาอยู่บนรถตั้งแต่เมื่อไหร่ ดั่งปีศาจตนหนึ่ง ปรากฏจากความว่างเปล่า สร้างความหวาดกลัวขนหัวลุกแก่ผู้คน!

“ไอ้สารเลว! แกมันไอ้นอกคอก!!!”

เย่หูตกตะลึง ต่อมาอารมณ์ก็แปรเปลี่ยน มีรอยยิ้มชั่วร้ายและความชิงชังอย่างล้นพ้นแฝงที่มุมปาก

“ไอ้นอกคอกอย่างอย่างแกขึ้นมาบนรถได้ยังไง! แม่งเอ้ย ไอ้ขยะถึงกับกล้าขึ้นบนรถกู! รนหาที่ตาย! รีบไสหัวไปให้พ้นกูเดี๋ยวนี้!!!”

ในดวงตาที่เย่หูมองเย่เฟิงมีแต่ความดูแคลนและรังเกียจเดียจฉันอยู่เต็มเปี่ยม

ในสายตาของเขา เย่เฟิงราวกับคนไร้ค่า เป็นดั่งขยะที่ตนจะบีบก็ตายจะคลายก็รอด ไม่หวาดหวั่นสักนิด

เมื่อมองท่าทางโอหังของเย่หู เย่เฟิงเผยอมุมปากแสยะยิ้มอย่างมารร้ายที่ลิ้มรสชาติความสนุก

“เย่หู? บุตรชายสายเลือดตรงแห่งตระกูลเย่? เรื่องนี้เป็นแผนการของเจ้าใช่ฤ?”

ใบหน้าของเย่เฟิงไร้ซึ่งอารมณ์ คล้ายกับว่าเรื่องนี้เล็กกรจ้อยร่อยไม่ควรค่าให้พูดถึง

หืม?

เย่หูขมวดคิ้ว เขารู้สึกได้ว่าเย่เฟิงที่อยู่ตรงนี้มีบางอย่างผิดแปลก

เมื่อก่อน เย่เฟิงมีนิสัยไม่สู้คน เมื่อเจอหน้าเขายังต้องเรียกขานชื่ออย่างนอบน้อม ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ถูกเขาซ้อมร่างกายสะบักสะบอมทุกวี่ทุกวัน ยังไม่กล้าแสดงอารมณ์ไม่พอใจ

แต่เย่เฟิงที่อยู่ตรงหน้านี้แลดูช่างน่าประหลาดนัก

“หึ! ในเมื่อมึงได้ยินแล้ว กูก็ไม่คิดจะปกปิด!” เย่หูมองเย่เฟิง ใบหน้ามีรอยยิ้มเย็นชาที่เปี่ยมอารมณ์ดูถูกและสมเพช

“ก็ใช่! กูทำเอง! กูเป็นคนซ้อมมึงจนสลบ! กูเป็นคนวางยาหลินหลานจนสลบ! นักข่าว กูก็หามาเอง! ทั้งหมดก็เพื่อยืมมือกงหยุนเฟยที่เป็นคู่หมั้นของหลินหลาน ให้กำจัดมึงทิ้งยังไงละ!”

ในขณะที่พูด อารมณ์ในดวงตาของเย่หูสื่อความเหี้ยมโหดและความมุ่งร้ายอย่างลึกๆ

“หึ! ใครใช้ให้ไอ้นอกคอกไร้ค่าอย่างมึงเป็นหลานสุดรักของท่านผู้เฒ่า ถึงกับอยากจะให้คนอย่างมึงสืบทอดตระกูลเย่ต่อ! กูจะบอกอะไรให้มึงรู้นะ มึงเป็นความอัปยศของตระกูลเย่ เป็นแค่ไอ้ขยะไร้ค่า! คิดอยากจะสืบทอดตระกูลเย่ มึงก็ต้องตายสถานเดียว!!!”

น้ำเสียงของเย่หูเปี่ยมจิตสังหารอันแรงกล้า!

แต่พอได้ยินคำพูดชั่วร้ายของเย่หู เย่เฟิงเฟิงกลับไม่แสดงอารมณ์เกรี้ยวโกรธเลยสักนิด แต่พยักหน้าอย่างสุขุม

“อ้อ! ก็นะ! ในเมื่อเจ้าต้องการสังหารเรา เราจะทำให้เจ้าสมความปรารถนา!”

พอพูดจบ เย่เฟิงก็ไม่สนใจปฏิกิริยาของเย่หูและคนขับรถเลย เพียงชี้นิ้วขาวโพลนออกไป วาดสัญลักษณ์อันแปลกประหลาดและลึกลับบนเบาะหลัง

เมื่อเย่หูเห็นภาพนี้ สองคิ้วขมวด แผดเสียงตะโกน

“ไอ้นอกคอก มึงหมายความว่าอะไร? รถเบนซ์เมอเซเดสคันนี้ของกูซื้อมาแพง มึงทำเบาะรถกูพัง กูจะทำให้มึงอยู่ก็เหมือนตาย!”

อยู่ก็เหมือนตาย?

พอได้ยินสี่คำนี้ เย่เฟิงก็หัวเราะ หัวเราะประหนึ่งเด็กน้อยที่ขโมยกินลูกอม ช่างร้ายกาจ! ดั่งปีศาจ!

“ขออภัย! เราให้เจ้ามีชีวิต เจ้าจึงจักมีชีวิต! เราให้เจ้าตาย เจ้า.. จักต้องตาย!”

พอพูดจบ เย่เฟิงเหลือบมองเย่หู คล้ายกับมองคนตายก็ไม่ปาน พร้อมเปิดประตูรถแล้วเดินลงไป

“ไอ้สารเลว!!!”

พอเห็นเย่เฟิงลงจากรถไป ใบหน้าชั่วร้ายของเย่หูทวีความรุนแรงขึ้น

“แม่งเอ้ย ไอ้สารเลวอย่างมึงกล้ามาวางท่าต่อหน้ากู! ดี! ครังนี้มึงรอดไปได้ แต่ครั้งหน้า มึงตายแน่!!!”

พอพูดจบ เย่หุพูดกับคนขับรถ

“ออกรถ!”

พอได้ยินคำพูดนี้ คนขับรถถุยน้ำลายแรง ความหวาดกลัวบนใบหน้าเปี่ยมล้นถึงขีดสุด

“นายน้อยหู! ภาพวาดที่ไอ้นอกคอกวาด ดูเหมือน.. ดูเหมือนจะผิดแปลก…”

ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เพียงคนขับรถมองภาพภาพนั้นจะรู้สึกเหมือนหัวจะระเบิด ขนแขนลุกซู่ทั่วร่าง ราวกับเผชิญหน้ากับหายนะเข้าขั้นวิกฤติ

ราวกับว่านี่ไม่ใช่ภาพวาด แต่เป็นสัญลักษณ์คร่าเอาชีวิต!

หืม?

เย่หูอึ้ง แล้วหันไปมองภาพวาดนั้น

พอเขากำลังหันตัวไปมอง ภาพอันน่าพิศวงนั้นส่องแสงสว่างจ้าทันที แผ่กลิ่นอายทำลายล้างคละคลุ้ง

“แย่แล้ว! ลงจากรถ!!!”

เย่หูไม่คิดชีวิต ถลาลงจากรถอย่างไม่ลังเล!

เพียงแต่ มันช้าไปแล้ว!

ตู้มมมมม!!!

เสียงระเบิดดังก้อง เปลวไฟลุกโชน!

จัดการรถเบนซ์เมอเซเดส พริบตาเดียวก็แผดเผาจนกลายเป็นเศษเหล็กกองหนึ่ง

แต่ร่างของเย่หูถูกแรงระเบิดลอยไปไกลสามสี่เมตร ตกกระแทกบนพื้นอย่างจัง เลือดท่วมร่าง

ขาของเขาถูกแรงระเบิดหักหนึ่งข้าง ร่างกายเนื้อฉีกขาด เลือดสดๆไหล่อาบ ราวกับมนุษย์โลหิต

ความเจ็บปวดอย่างมหันต์ ทำให้เย่หูสั่นระริกทั่วร่างด้วยความหวาดกลัว

“อ๊า อ๊า อ๊า! ขาของกู ขากูหักแล้ว!!!”

อารมณ์ในดวงตาของเย่หูเต็มไปด้วยความสงสัยและไม่อยากเชื่ออย่างสุดซึ้ง

เขาไม่อาจจินตนาการได้ว่าเย่เฟิงทำเช่นนี้ได้อย่างไร มันเหนือกว่าจินตนาการของเขา

แต่พอนึกถึงรอยยิ้มของมารร้ายที่น่าเกรงขามนั้น ความเย็นยะเยือกก็ไหลผ่านจากฝ่าเท้าพุ่งขึ้นถึงศีรษะ ทำให้เขาหัวแทบจะระเบิด

“ปีศาจ! มันไม่ใช่คน! มัน…มันต้องเป็นปีศาจ!!!”

ในสายตาของเย่หู มีเพียงปีศาจที่มีทักษะอันน่าพิศวงนี้!

……………………………………………….

ตอนที่ 1 เกินหลักเหตุและผลทางวิทยาศาสตร์  
ตอนที่ 3 สังหาร ทุกสรรพสิ่งต้องถูกคร่าชีวิต

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *