ตอนที่ 3 สังหาร ทุกสรรพสิ่งต้องถูกคร่าชีวิต

ตอนที่ 2  มัน...มันต้องเป็นปีศาจ!
ตอนที่ 4 คนผู้นี้ อย่าได้ไปยั่วยุเป็นอันขาด

ตอนที่ 3 สังหาร ทุกสรรพสิ่งต้องถูกคร่าชีวิต

ริมฝั่งแม่น้ำ!

เย่เฝิงผู้มีใบหน้าเย็นชา เดินเยื้องกรายอย่างช้าๆ!

เขา ผู้มีจิตใจแข็งกร้าว!

ผู้ที่พึงสังหารเขา เขาจักปลิดชีพ!

ภูตผีที่อยากทำลายเขา เขาจักบดขยี้!

แต่เย่หูในสายตาของเขาเป็นเพียงมดตัวกระจ้อยร้อย มือเดียวจักสังหาร!

“ไม่รู้ว่าหมัวซิง ณ ตอนนี้จะเป็นเช่นไร?!”

เย่เฟิงแหงนหน้ามองท้องฟ้า เขารู้ว่าในโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลที่อยู่นอกโลกยังมีมารปีศาจนับหมื่นที่รอคอยและยังนับถือเขา

เพราะเขาคือราชาแห่งหมู่มารนับหมื่น!

“เจ้าเด็กโง่นั่น หานางได้ข่าวราชามารสิ้นชีพ นางคงอาละวาดพลิกแผ่นดิน หลั่งเลือดในดินแดนต้องห้ามแห่งผู้ปกครองทั้งสาม”

เมื่อนึกถึงสาวงามนางนั้นที่พล่ามเรียกตนเองว่า‘พี่ชาย’ตั้งแต่นางยังเล็ก รอยยิ้มเจื่อนๆก็เผยบนใบหน้าของเย่เฟิง

เด็กโง่ เป็นดั่งเงาตามตัวเขาตั้งแต่ยังเล็ก!

เพียงแต่ เขามีพรสวรรค์ชั้นยอด ส่วนนางมีพลังชีวิตที่เหนือชั้น!

เพื่อเดินตามรอยเท้าของเขาให้ทัน เด็กโง่นั่นต้องเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า เข้าสู่ดินแดนต้องห้ามเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในโลกหลายใบ เพื่อเสาะแสวงโชค

เสี่ยงอันตรายถึงชีวิตในทุกครา ร่างกายบาดเจ็บสาหัสเสียทุกครั้ง

เย่เฟิงยังจดจำได้ ในครั้งนั้นนางกลับมาจากดินแดนต้องห้ามเป็นตายที่อันตรายที่สุดของโลก ร่างกายแทบแหลกสลาย ลมหายใจแผ่วเบา เลือดหลั่งรินจนย้อมเส้นผมเป็นสีแดงเลือด สภาพปางตาย

ครานั้น เป็นช่วงเวลาที่นางเข้าใกล้ความตายมากที่สุด และเป็นตอนที่หัวใจของเย่เฟิงเจ็บปวดร้าวรานมากที่สุด

แม้นใกล้จะสิ้นลมหายใจ แต่เด็กโง่ก็ยังเอนกายในอ้อมอกของเขา หัวเราะอย่างคนโง่ ช่างน่าเอ็นดู

“ท่านพี่ หวางเอ๋อมีพรสวรรค์ธรรมดา จึงต้องไปแสวงหาโชคในดินแดนต้องห้ามเป็นตายจึงจะก้าวเดินตามท่านได้ทัน! หวางเอ๋อไม่ได้ต้องการครองโลกร่วมกับท่านพี่ ขอเพียงตอนที่ท่านพี่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดแห่งจักรวาล หวางเอ๋อจะยังมีสิทธิ์ได้แหงนหน้ามองท่านพี่ ได้ชื่นชมท่านพี่ก็เพียงพอ!”

นางก็เป็นนคนโง่เช่นนี้ ยอมพลีชีวิตของตัวเอง เพื่อก้าวเดินให้ทันชายที่นางพึงใจ!

สวรรค์จักเติมเต็มคนพยายาม!

เด็กโง่คนนั้น เสี่ยงชีวิตของตัวเองหลายต่อหลายครั้งเป็นขั้นบันได จนในที่สุดนางก็ได้กลายเป็นราชินีแห่งซิงคง!

เวลาเดียวกัน นางก็เป็นหนึ่งคนที่มีพลังต่อสู้น่าอัศจรรย์ที่สุดในบรรดาราชันแห่งจักรวาล!

แม้แต่เย่เฟิงที่ก้าวสู่จุดสูงสุด ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง!

พอนึกถึงรูปลักษณ์เลอโฉมของนาง ใบหน้าไร้อารมณ์ของเย่เฟิงก็ปรากฏรอยยิ้มได้ในที่สุด

เขาค่อยๆแหงนหน้ามองท้องฟ้าสีน้ำเงิน เอ่ยออกมาประหนึ่งว่ากำลังพูดอยู่กับตัวเอง และราวกับพูดกับแม่นางผู้นั้น

“หวางเอ๋อ รอข้าก่อน ท่านพี่คนนี้ ราชาปีศาจอย่างข้าจะกลับไปให้เร็วที่สุด!!!”

เมื่อพูดจบ เย่เฟิงเหลือบมองแม่น้ำ จากนั้นก็เยื้องย่างเดินลงไป

เพียงแต่ ไม่อาจมีผู้ใดสามารถมองเห็นได้ว่าในพริบตาที่เย่เฟิงย่างกรายลงไปในน้ำ มีคลื่นสีดำขยายเป็นวงกว้างในน้ำ!

งูน้ำตัวหนึ่งกำลังแหวกว่ายหากินอยู่ในน้ำ เพียงถูกคลื่นสีดำปกคลุม เวลาเพียงเสี้ยววินาทีเดียวร่างกายก็ดับดิ้นสิ้นลมหายใจ!

ไม่ใช่แค่งูน้ำ เหตุการณ์ที่คล้ายๆกันนี้เกิดขึ้นกับฝูงปลา ต้นหญ้าสาหร่าย สิ่งมีชีวิตใต้น้ำต่างๆก็สิ้นชีวาวาย!

แม่น้ำสายนี้ราวกับมีท่วงทำนองแห่งความตาย!

สิ่งนี้ คือเคล็ดสังหารมารอันเป็นหนึ่งในทักษะแห่งความตายของราชาปีศาจ!

สังหาร ทุกสรรพสิ่งต้องถูกคร่าชีวิต !

……

อีกฝั่งของแม่น้ำ มีรถแลนโรเวอร์คันหนึ่งจอดอยู่ข้างทาง

ชายชราผมขาวกำลังตกปลาที่ริมแม่น้ำ แต่ข้างกายของเขามีสาวสวยน่ารักอยู่ด้วยคนหนึ่ง รวมถึงบุรุษวัยกลางคนอีกหนึ่งคน

“คุณปู่ ร่างกายพึ่งจะหายดีก็แอบออกมาตกปลาแล้ว ถ้าเกิดเป็นอะไรไปจะทำยังไง?”

ครานี้  โฉมงามทรามเชยใช้แขนเรียวขาวคำยันสองแก้ม ปากบูดบึ้ง ใบหน้าแลดูบึ้งตึงไร้ทางเลือก

สาวน้อยนางนี้สวมชุดสีขาว ประหนึ่งเทพธิดาจุติ ใบหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ งดงามราวกับงานศิลปะที่ถูกบรรจงแกะสลักออกมาอย่างตั้งใจ ทำให้ผู้พบเห็นหายใจไม่ทั่วท้อง

หากมีนักเรียนจากเมืองเจียงมาพบเจอ เพียงเห็นด้วยหางตาก็ต้องรู้ว่าเธอผู้นี้คือควีนออฟสคูล สาวงามอันดับหนึ่งแห่งโรงเรียนในเมืองเจียง – ป๋ายอี

เมื่อเห็นใบหน้าบึ้งตึงของหลานสาวตัวเอง ผู้เฒ่าป๋ายก็อมยิ้ม

“เสี่ยวอี วางใจเถอะ! ร่างกายของปู่ยังแข็งแรงบึกบึน โดยเฉพาะหลังจากที่อาการหายดีในครานี้ ปู่รู้สึกราวกับตัวเองใช้ฝ่ามือกำวัวให้ตายได้เชียวนา! ฮ่าฮ่า…”

พอพูดจบ ผู้เฒ่าป๋ายลูบเคราหัวเราะเสียงดังลั่น

เมื่อได้ยินเช่นนี้ บุรุษวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างๆประหนึ่งหอกก็ยิ้มร่าออกมา

“คุณหนูใหญ่ ที่ท่านผู้เฒ่าพูดมาเป็นความจริงครับ ตอนที่ท่านผู้เฒ่าเกณฑ์ทหารในปีนั้น เขาเป็นดั่งราชาที่อยู่เหนือกว่าคนในกลุ่ม! ต่อให้เรื่องนี้ผ่านมานมนาน แต่หน่วยจู่โจมทั่วไปก็ไม่แม้แต่จะแตะต้องตัวท่านได้!”

บุรุษวัยกลางคนผู้นี้มีสายตาหลักแหลกเฉกเช่นเหยี่ยว แม้ในคราวที่กำลังพูดคุยอยู่ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับสอดส่องบริเวณรอบๆอย่างไม่ลดละ เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน!

เมื่อได้ยินบุรุษวัยกลางคนกล่าวเช่นนี้ป๋ายอีจึงรู้สึกเบาใจ

เธอรู้ดีว่าบุรุษวัยกลางคนนี้เป็นราชาแห่งศิลปะการต่อสู้ที่มีชื่อเสียงในกองทัพหน่วยจู่โจมของประเทศ เขาเพียงคนเดียวสามารถจัดการกับศัตรูยี่สิบสามสิบคนได้อย่างไม่มีปัญหา

ในเมื่ออีกฝ่ายพูดว่าผู้เฒ่าไม่เป็นอะไร เช่นนั้นแล้วท่านคงไม่น่าจะมีัญหา

พอคิดได้ดังนี้ ป๋ายอีก็เริ่มมองท่านผู้เฒ่าตกปลาอย่างตั้งอกตั้งใจ

“เอ๋? ปลาติดเบ็ดแล้ว!”

ในตอนนี้เอง ใบหน้าของผู้เฒ่าเผยรอยยิ้ม พร้อมค่อยๆหมุนคันเบ็ด

บัดนี้ ไม่ว่าจะป๋ายอี หรือบุรุษวัยกลางคนล้วนยิ้มหน้าบานแล้วเดินเข้าไปช่วย

“หนักมาก! จากที่เห็น คงตกได้ของดีตั้งแต่ครั้งแรก!”

ท่านผู้เฒ่าพยายามยกคันเบ็ดตกปลาด้วยใบหน้ามียิ้มอย่างเปี่ยมปริติ

เพียงแต่ ภาพที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นทำให้ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต้องตะลึง!

ซู่วว!

น้ำก่อตัวเป็นคลื่น สายเบ็ดตกปลาถูกถึงขึ้นมา ร่างของคนผู้หนึ่งถูกลากขึ้นมาอย่างช้าๆ

นี่มัน… มนุษย์ตัวเป็นๆ!

แถมยังเป็นชายหนุ่ม

หลังจากที่เห็นชายหนุ่มแปลกหน้าโผล่พรวดออกมาอย่างกะทันหัน บุรุษวัยกลางคนสีหน้าเปลี่ยนทันที ประหนึ่งพยัคฆ์ทมิฬคลุ้มคลั่ง

“ท่านผู้เฒ่า ระวัง! ศัตรูลอบโจมตี!!!”

จากเสียงร้องตะโกนของบุรุษวัยกลางคน ร่างของเขาพุ่งพรวดเข้าไปทันที จากนั้น  กำปั้นเหล็กต่อยอย่างรุนแรงไปทางศีรษะของเย่เฟิง!

ฮู!!!

ภาพนี้ เกิดขึ้นเร็วปานสายฟ้าแลบ!

ผู้เฒ่าป๋ายต้องการหยุดยั้ง แต่ห้ามไม่ทัน!

“หืม?”

หลังจากที่เย่เฟิงขึ้นจากธารน้ำ เขาอึ้งไปชั่วครู่ แต่พอเห็นการโจมตีของบุรุษวัยกลางคน ดวงตาที่ดำมืดคู่นั้นส่องประกายความเลือดเย็น

“รนหาที่ตาย!”

เมื่อพูดจบ เขาหยกมือขึ้น จ้วงหมัดออกไป!

“หยุดนะ!!!” ผู้เฒ่าป๋ายและป๋ายอีต่างสีหน้าเปลี่ยน

พวกเขาทั้งสองรู้ซึ้งถึงพละกำลังของบุรุษวัยกลางคนดี เขาเป็นถึงราชาแห่งศิลปะการต่อสู้ผู้เลื่องชื่อในกองทัพหน่วยจู่โจม หมัดเหล็กสองกำปั้นเป็นท่าที่เหี้ยมที่สุด ต่อให้เป็นแผ่นเหล็กหนาหลายเซ็น ยังต้องถูกต่อยจนแหลก

แต่กำปั้นของเย่เฟิงที่จ้วงมาพร้อมแขนผมแห้งดูช่างอ่อนปวกเปียกเสียนี่กระไร หากปะทะกับบุรุษวัยกลางคน แขนของเขาคงแตกหักจนพิการ

แต่ทุกสิ่งอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนต้องการยับยั้ง แต่ไม่ทันการ!

ปัง!!!

เวลาพริบตาเดียว กำปั้นของบุรุษวัยกลางคนและกำปั้นของเย่เฟิงเข้าประสานงากัน!

แครก!

เสียงแตกหักดังขึ้น ร่างกายหนึ่งราวกับถูกสายฟ้าฟาด กระเด็นลอยไปปานว่าวที่สายป่านขาด ถูกซัดไปไกลสามสี่เมตร!

จบสิ้นแล้ว!

ท่านผู้เฒ่าและป๋ายอีมีรอยยิ้มเจื่อนๆบนใบหน้า

พวกเขารู้ว่าชายหนุ่มแปลกหน้าคนนั้นถูกจัดการราบคาบแล้ว ทั้งยังต้องพิการแขนหักจากการโจมตีเมื่อครู่!

พอคิดได้ดังนี้ สองตาหลานหันไปมอง

แต่พอทั้งสองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นอย่างชัดแจ้ง ประหนึ่งมีบางสิ่งมาล็อกคอของทั้งสอง จนผู้เฒ่าอ้าปากค้างหวอ แทบจะยัดไก่เข้าไปได้ทั้งตัว

สิ่งที่พวกเขาเห็นคือ เย่เฟิงยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ราวกับภูผาลูกหนึ่ง ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย

แต่ร่างที่กระเด็นออกไป กลับกลายเป็น.. บุรุษวัยกลางคน!

นี่มัน.. เป็นไปได้ยังไง!

ทั้งผู้เฒ่าป๋ายและป๋ายอีได้แต่คิดว่าตัวเองมองผิดไป

พวกเขาไม่อาจเชื่อได้ว่าราชาแห่งศิลปะการต่อสู้ผู้เลื่องชื่ออันมีสมญานามว่า‘หมัดเหล็ก’อย่างบุรุษวัยกลางคน จะถูกกำปั้นอ่อนปวกเปียกของชายหนุ่มซัดจนกระเด็น

ยิ่งไปกว่านั้น กำปั้นเหล็กของบุรุษวัยกลางคนยังเปียกโชกไปด้วยเลือดแดงฉาน กระดูกแขนแตกละเอียด สาหัสสากันถึงขีดสุด

ไม่เพียงแค่ผู้เฒ่าป๋ายและป๋ายอีเท่านั้น แม้แต่บุรุษวัยกลางคนเองยังไม่อยากจะเชื่อ

เขาตะลึงงันไปโดยปริยาย

ได้แต่จ้องแขนของตัวเองที่กระดูกแตกละเอียด ในดวงตามีแต่ความหวาดกลัวและตื่นตระหนกอย่างหาใดเปรียบ

“หักแล้ว.. ทำไมถึง.. ทำไมถึงมีพละกำลังได้ถึงขนาดนี้…”

บัดนี้ บุรุษวัยกลางคนหันไปมองเย่เฟิงทันที แต่ในสายตาของเขาตอนนี้มองชายหนุ่มแปลกหน้าผอมโซเป็นดั่งมังกรผงาด พลังอันล้นหลามนั้นทำให้ผู้คนไร้ซึ้งกำลังต่อกร!

ตอนนี้ บุรุษวัยกลางคนใบหน้าซีดเผือด อยากจะร้องตะโกนเพื่อเตือนให้สองคนผู้เฒ่าหลานรีบหนีไป

แต่ ในครานี้เย่เฟิงเอ่ยปากออกมาหนึ่งประโยคซึ่งทำให้คนทั้งสามได้แต่อึ้ง

“เบ็ดตกปลาของพวกเจ้า ทำให้ชุดเราฉีกขาด!”

…………………………………………………….

ตอนที่ 2  มัน...มันต้องเป็นปีศาจ!
ตอนที่ 4 คนผู้นี้ อย่าได้ไปยั่วยุเป็นอันขาด

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *