ตอนที่ 4 คนผู้นี้ อย่าได้ไปยั่วยุเป็นอันขาด

ตอนที่ 3 สังหาร ทุกสรรพสิ่งต้องถูกคร่าชีวิต
ตอนที่  5 ของชิ้นนี้ช่างสกปรกไปหน่อยนะ

ตอนที่ 4 คนผู้นี้ อย่าได้ไปยั่วยุเป็นอันขาด

ตกปลา? เสื้อผ้า?

เมื่อคนทั้งสามได้ยินถ้อยคำนี้ ปฏิกิริยาแรกที่ตอบสนองคือการอึ้ง ต่อมาพวกเขาก็ตะหนักได้ว่าตะขอเบ็ดตกปลายังเกี่ยวอยู่บนเสื้อของเย่เฟิง

แจ็คเก็ตของเย่เฟิงถูกเกี่ยวจนเป็นรู

นี่มัน…..

พวกของผู้เฒ่าป๋ายทั้งสามคนต่างก็ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะมีพละกำลังที่น่าอัศจรรย์ได้ถึงขนาดนี้ แต่สิ่งที่เขาสนใจกลับเป็นเสื้อผ้าที่ตัวเองใส่อยู่

หรือว่า.. คนผู้นี้ไม่ใช่ศัตรู?

ผู้เฒ่าป๋ายขมวดคิ้ว ต่อจากนั้นก็ปั้นห้ายิ้มยกมือขึ้นคำนับอีกฝ่าย

“สหายน้อย ขออภัยเป็นอย่างยิ่ง! เสื้อผ้าของเธอถูกขอเบ็ดของฉันเกี่ยวเอา! ฉันจะชดเชยให้!”

ในขณะที่พูด ผู้เฒ่าป๋ายหยิบการ์ดสีดำออกมาจากในอก แล้วยื่นให้เย่เฟิง

“สหายน้อย การ์ดใบนี้ถือเป็นค่าชดเชยเสื้อผ้าของเธอ!”

ผู้เฒ่าป๋ายพูดไปพลาง พร้อมทั้งเพ่งมองอารมณ์บนสีหน้าของเย่เฟิง รอจนเห็นว่าเย่เฟิงรับการ์ดไป เขาถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก

จึงทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ศัตรู!

แต่ พอนึกถึงหนึ่งกำปั้นของเย่เฟิงที่สามารถซัดบุรุษวัยกลางคนจนกระเด็นลอยไป ผู้เฒ่าป๋ายในใจหนักอึ้ง ถามขึ้นอย่างเคร่งขรึม

“ไม่ทราบว่าสหายน้อยมีชื่อเสียงเรียงนามว่ากระไร? จะขอผูกมิตรได้หรือไม่?”

ภาพเหตุการณ์ที่ผู้เฒ่าป๋ายพยายามผูกมิตรไมตรีกับเย่เฟิงอยู่ในสายของป๋ายอีและบุรุษวัยกลางคน พวกเขาทั้งสองได้แต่ประเหลาดใจ

เพราะพวกเขาต่างรู้ดีว่าทั่วทั้งเมืองเจียงนี้ต่อให้เป็นคนที่มีอิทธิพลในเมืองยังไม่อาจอยู่ในสายตาของท่านผู้เฒ่าได้

แต่ท่านผู้เฒ่ากลับต้องการสร้างไมตรีจิตกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีอายุสิบแปดสิบเก้าปี

หากบุคคลผู้ทรงอำนาจในเมืองเจียงรู้เข้าคงต้องตกใจจนคางกองลงไปบนพื้น

แต่ ปฏิกิริยาของเย่เฟิงได้ทำให้ป๋ายอีและบุรุษวัยกลางคนราวกับมีน้ำทั้งเหยือกอยู่ในปากจนแทบสำลักตาย

“เราแซ่เย่! ส่วนเรื่องไมตรีจิต?” เย่เฟิงยักไหล่เบาๆ

“เจ้าไร้คุณสมบัติ!”

พอพูดจบ เย่เฟิงปัดๆที่ก้นแล้วเดินจากไป

เหลือเพียงพวกของป๋ายอีสามที่ราวกับอลหม่านอยู่ท่ามกลางสายลม

เจ้า… ไร้คุณสมบัติ…ไม่มี..คุณสมบัติ

คำพูดธรรมดาหนึ่งประโยค กลับสร้างแรงโจมตีต่อพวกของผู้เฒ่าป๋ายทั้งสามคนอย่างร้ายแรง

ควรรู้ว่า บุคคลผู้มีอิทธิพลแทบจะทั่วทั้งเมืองเจียงต่างก็พยามหัวชนฝาเพื่อได้ผูกมิตรกับผู้เฒ่าป๋าย แม้จะได้เพียงคำชมจากผู้เฒ่าป๋ายเพียงประโยคเดียวก็ราวกับได้รับรางวัลใหญ่ก็ไม่ปาน

เมืองเจียงที่มีประชากรมากเกินล้านคน แต่คนที่ได้กลายเป็น ‘สหาย’ของผู้เฒ่าป๋ายมีน้อยมากจนนับได้มือเดียว!

ตอนนี้ผู้เฒ่าป๋ายเป็นฝ่ายเอ่ยปากเองว่าต้องการผูกไม่ตรีด้วย แต่กลับถูกตอกกลับว่าไร้คุณสมบัติ!

แม่งเอ้ย บารมีนี้ถูกเอ็งพังไม่มีชิ้นดี!

ตุบ!

ในตอนที่พวกของผู้เฒ่าป๋ายมีสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก เย่เฟิงหยุดชะงักก้าวเดินทันควัน แล้วหันกลับมาอย่างกะทันหัน

เมื่อเห็นดังนี้ พวกของผู้เฒ่าป๋ายสามคนสีหน้าเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้ม

หรือว่า ชายหนุ่มผู้นี้มองออกว่าผู้เฒ่าป๋ายไม่ธรรมดาแล้วจึงรู้สึกเสียดาย คิดอยากจะสานสัมพันธ์ด้วย?

ใช่ มันต้องใช่แน่ๆ!

ไม่เพียงแค่ผู้เฒ่าป๋าย แม้แต่ป๋ายอียังมีรอยยิ้มเยาะหยันอยู่บนใบหน้า แสดงสีหน้าท่าทางอันเย่อหยิ่ง ได้เป็นสหายกับท่านผู้เฒ่าป๋าย ล้วนเป็นเรื่องที่ผู้คนต่างใฝ่ฝัน

แต่นั่นเป็นสิ่งที่พวกเขาคาดคิด พวกเขาเห็นเย่เฟิงหยุดเดิน ดวงตาคู่นั้นมองผู้เฒ่าป๋ายอย่างพินิจพิจารณา แล้วพูดอย่างจริงจังว่า

“ใบหน้าเจ้าส่งแสงสีแดงจ้า กำลังวังชาเปี่ยมล้น พละกำลังเต็มเปี่ยม เจ้าคงเป็นบุคคลที่มีชีวิตมั่งคั่งมั่งมี…”

ผู้เฒ่าป๋ายรู้สึกยินดีปรีดาอย่างยิ่งเมื่อได้ยินคำพูดนี้ของเย่เฟิง ก็หมายความว่าเย่เฟิงกำลังยกย่องตัวเองอยู่

เพียงแต่ ประโยคถัดมาของเย่เฟิงก็ทำให้พวกเขาฉงนใจอีกครั้ง!

“น่าเสียดาย…เจ้าจำต้องสิ้นชีวีเสียแล้ว!”

พรวด!!!

คำพูดประโยคนี้ของเย่เฟิงเป็นดั่งโรลเลอร์หมุนร้อยแปดสิบองศา ทำให้ผู้เฒ่าป๋ายและป๋ายอีเกือบจะล้มลงไปบนพื้น

พวกของผู้เฒ่าป๋ายสามคนมีแสดงอารมณ์งุนงงบนใบหน้า!

พวกเขาคิดไม่ถึงว่าชายหนุ่มคนนี้นอกจากจะผูกไม่ตรีจิตได้ยาก ยังเอ่ยปากด่าคนอื่นอีก ยิ่งไปกว่านั้น คนผู้นี้ยังกล่าววาจาชื่นชม แล้วกระหน่ำด่าจนไม่ทันตั้งตัว ด่าจนกระตุ้นน้ำโห

พอรู้สึกตัว ป๋ายอีและบุรุษวัยกลางคนทั้งโมโหดั้งเป็นเดือดเป็นร้อน ยืนขึ้นพลันเพื่อจะสวนกลับ แต่ผู้เฒ่าป๋ายได้รั้งตัวเอาไว้

แม้นจะเป็นเช่นนั้น แต่สีหน้าของผู้เฒ่าป๋ายเองก็ไม่สู้ดีนัก เขาผู้ซึ่งมีบริวารมากมาย ถูกชายหนุ่มด่าทอว่าต้องตาย เขาจึงต้องเดือดดาลเป็นธรรมดา

ราวกับเย่เฟิงมองเห็นเพลิงพิโรธของทั้งสามคนก็ไม่ปาน มุมปากแสยะยิ้มอย่างเย็นชา แล้วยักไหล่อย่างไม่แยแส

“จะเชื่อหรือไม่ ก็แล้วแต่เจ้า! จะตายหรือไม่ นั่นก็เป็นตัวของเจ้า! ข้าหาได้เกี่ยวข้องไม่!”

พอพูดจบ เย่เฟิงก็เกียจคร้านจะสนใจคนทั้งสาม เขาหมุนตัวแล้วเดินไปยังแม่น้ำอีกสาย

หลังจากเย่เฟิงเดินไปแล้ว ป๋ายอียังเดือดดาลสงบไม่ลง เธอโมโหจนใบหน้าซีดขาว

“คุณปู่! ทำไมไม่ปล่อยให้หนูด่าไอ้สารเลวนั่น! มันเลวมาก กล้าพูดว่าคุณปู่ไร้คุณสมบัติที่จะเป็นเพื่อนกับมัน แล้วยังด่าว่าคุณปู่จะตาย! นี่เป็นการหยามเกียติคุณปู่อย่างโจ่งแจ้ง! สร้างความอัปยศแก่ตระกูลป๋าย!!!”

ดวงตาคู่งามของป๋ายอีคล้ายกับจะมีเปลวไฟพุ่งออกมา

นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเจอคนที่เหลาะแหละไม่เอาความได้ถึงขนาดนี้!

ผู้เฒ่าป๋ายเองก็มีใบหน้าที่ขุ่นเคืองใจด้วยเช่นกัน เขาหน้านิ่วคิ้วขมวด แล้วส่ายหัวเบาๆ

“อย่าบุ่มบ่าม! แม้นชายหนุ่มคนนั้นดูเหลาะแหละ แต่พลังแข็งแกร่งเป็นที่สุด! โดยเฉพาะหนึ่งกำปั้นที่ซัดลุงจงจนกระเด็น เขาต้องไม่ใช่คนธรรมดา!”

ในขณะที่พูด ดวงตาขุ่นมัวของผู้เฒ่าป๋ายคู่นั้นมองตรงไปยังทิศทางที่เย่เฟิงเดินหายไป อารมณ์บนใบหน้าเคร่งขรึมอย่างยิ่ง

“เมื่อครู่ตอนที่เขาเข้ามาใกล้ปู่ ปู่รู้สึกคล้ายกับกำลังเผชิญหน้ากับสัตว์อสูร! ราวกับว่าเขาสามารถใช้เพียงนิ้วมือเดียวฆ่าปู่ให้ตายได้!”

อะไรนะ!!!

คำพูดประโยคนี้ของของผู้เฒ่าป๋ายทำให้ป๋ายอีและบุรุษวัยกลางคนสีหน้าถอดสี

พวกเขารู้ซึ้งถึงความแกร่งกล้าของผู้เฒ่าป๋ายดี โดยเฉพาะเซ้นในการรับรู้ที่ไม่มีใครเทียบท่านได้

หรือว่า ชายหนุ่มคนนั้นอันตรายมากมายขนาดนั้น?

พอคิดได้ดังนี้ ทั้งป๋ายอีและบุรุษวัยกลางคนได้แต่นิ่งเงียบ

เพียงแต่ ในดวงตาของผู้เฒ่าป๋ายส่งประกายอย่างขบคิด ใบหน้ามีอารมณ์หวาดหวั่นแสดงออกมา

“ความรู้สึกเหมือนเผชิญหน้ากับอันตรายนั้น ปู่เคยตระหนักได้จากคนๆหนึ่ง! คนๆนั้นคือตำนานของกองทัพไพ่คิง!”

ตำนานของกองทัพไพ่คิง?

พอได้ยินประโยคนี้ บุรุษวัยกลางคนตกใจจนสะดุ้ง ใบหน้าเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามอย่างไม่อยากเชื่อ

“ท่านผู้เฒ่า ท่าน..ท่านกำลังพูดถึงเทพแห่งกองทัพหมาป่าโลหิต? มัน..มันเป็นไปไม่ได้! หมาป่าโลหิตเป็นตำนานในกองทัพไพ่คิง ถึงแม้ว่าจะหายสาบสูญไปหลายปี แต่พลังของเขาเป็นอันดับหนึ่งของกองทัพไพ่คิงอย่างเป็นที่รู้ๆกัน! เจ้าหนุ่มนั่นอายุไม่กี่ปี มีคุณสมบัติอะไรไปเทียบกับเทพแห่งกองทัพอย่างหมาป่าโลหิต?”

บุรุษวัยกลางคนเป็นดั่งราชาแห่งศิลปะการต่อสู้ในกองทัพไพ่คิง ไอดอลที่อยู่ในใจเขาย่อมเป็นเทพแห่งกองทัพหมาป่าโลหิต!

ตอนนี้ได้ยินผู้เฒ่าป๋ายเปรียบเปรยเจ้าหนุ่มเหลาะแหละคนหนึ่งกับไอดอลของตัวเอง ในใจเขาจะยินยอมได้อย่างไร

พอเห็นอารมณ์ตื่นตัวของบุรุษวัยกลางคน ผู้เฒ่าป๋ายจึงส่ายหัว เขาเพียงรู้สึกแวบเดียวเท่านั้น เพราะในใจเขาก็ไม่อาจยอมรับได้ว่าเย่เฟิงมีคุณสมบัติไปเทียบกับเทพแห่งกองทัพหมาป่าโลหิตได้

ในตอนนี้เอง ป๋ายอีร้องเสียงหลง ราวกับมองเห็นอะไรที่ไม่น่าเชื่อก็ไม่ปาน!

“คุณปู่! ลุงจง! รีบดูนั่นเร็ว! ในแม่น้ำนั่น…”

หืม?

คำพูดของป๋ายอี ทำให้ผู้เฒ่าป๋ายและลุงจงสะดุ้ง จากนั้น ทั้งสองคนก็หันไปมองทันที!

เพียงแต่ ภาพที่เข้าสู่สายตาทำให้ทั้งสองคนอึ้งกิมกี่!

เขาเห็นเพียงร่างปลาไร้ชีวิตจำนวนมาก ร่างงูและสัตว์อื่นๆลอยเป็นศพอืดอยู่ในน้ำที่ใสสะอาด

เพียงพริบตาเดียว ร่างศพของสิ่งมีชีวิตก็ทยอยลอยขึ้นมาเหนือแม่น้ำจนปกคลุมไปทั่ว

ครานี้ ราวกับสิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่อยู่ในน้ำจบสิ้นชีวันแล้วลอยอืดบนผิวน้ำทั้งหมด ภาพๆนี้สร้างความตระหนกตกใจให้แก่ผู้ที่พบเห็น

“ตายแล้ว.. ตายหมดแล้ว…”

ลุงจงตะลึงงัน

ร่างศพของสิ่งมีชีวิตลอยอืดบนผิวน้ำทั้งหมด แน่นขนัดในแม่น้ำ ต่อให้ไม่รู้ว่าในแม่น้ำสายนี้มีสิ่งมีชีวิตมากมายเท่าไหร่ แต่มีสิ่งหนึ่งที่สามารถแน่ชัดได้

สิ่งนั้นคือ สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในแม่น้ำสายนี้ทั้งหมด ตายจนสิ้น!!!

ใบหน้าของผู้เฒ่าป๋ายเค่งเครียดถึงขีดสุด เขาคุกเข่าลงไปเบาๆ แล้วใช้มือช้อนปลาตายตัวหนึ่งขึ้นมาจากในแม่น้ำ

เพียงแต่ พอช้อนปลาขึ้นมาอยู่ในมือ ร่างของปลาก็แปรสภาพประหนึ่งของเหลวก็ไม่ปาน ไหลผ่านร่องนิ้วทั้งห้าตกลงไป

เมื่อเห็นภาพนี้ ผู้เฒ่าป๋ายได้แต่ประหลาดใจ

“สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ คล้ายกับถูกบางสิ่งบางอย่างที่เร้นลับดูดกลืนพลังชีวิตไปจนสิ้น! น่าพิศวงนัก!”

เมื่อได้ยินคำพูดของคุณปู่ ใบหน้าของป๋ายอีเปลี่ยนเป็นซีดขาว ตอนนี้ในหัวของเธอฉุกคิดขึ้นมาได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรที่มันปรากฏเป็นภาพของเย่เฟิงที่กำลังเดินขึ้นมาจากแม่น้ำ ร่างบอบบางของเธอขนลุกซู่

“คุณปู่… คนเมื่อกี้นี้….ดูเหมือนจะเดินขึ้นมาจากในแม่น้ำ……”

อะไรนะ!!!

ประโยคนี้ของป๋ายอีทำให้ผู้เฒ่าป๋ายและลุงจงสองคนสีหน้าเปลี่ยนไปมาก พวกเขาจึงได้นึกถึงภาพที่เกิดขึ้นเมื่อครู่

แต่ยิ่งนึกนึกเท่าไหร่ ยิ่งรู้สึกหวาดผวาในใจ!

พอลองเชื่อมโยงเรื่องราวให้ปะติดปะต่อกัน ทั้งสองคนยิ่งขนหัวลุก ขนแขนตั้งชัน!

“หากเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชายหนุ่มผู้นั้น ก็หมายความว่า คนผู้นี้ อย่าได้ไปยั่วยุเป็นอันขาด! จดจำไว้!!!”

เวลาเพียงเสี้ยววินาที แต่ผู้เฒ่าป๋ายรู้สึกเหมือนตัวเองแก่หง่อมลงไปอีกหลายปี ใบหน้าแสดงอารมณ์หวาดหวั่นครั่นคร้ามอย่างหาที่สุดไม่ได้

………………………………………..

ตอนที่ 3 สังหาร ทุกสรรพสิ่งต้องถูกคร่าชีวิต
ตอนที่  5 ของชิ้นนี้ช่างสกปรกไปหน่อยนะ

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *