ตอนที่  5 ของชิ้นนี้ช่างสกปรกไปหน่อยนะ

ตอนที่ 4 คนผู้นี้ อย่าได้ไปยั่วยุเป็นอันขาด
ตอนที่ 6 เย่เฟิง คือคนรักของฉัน

ตอนที่  5 ของชิ้นนี้ช่างสกปรกไปหน่อยนะ

เป็นไปตามท่านผู้เฒ่าคาดคะเน ร่างศพของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นจบสิ้นเพราะฝีมือของเย่เฟิง!

มารสังหารจนสิ้น!

ราชามารผู้มีทักษะปลิดชีพที่แข็งแกร่งที่สุด!

สังหาร ทุกสรรพสิ่งต้องถูกปลิดชีพ!

“น่าเสียดาย พลังชีวิตของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ช่างกระจ้อยร่อย แม้นจักดูดกลืนหมดสายธาร! แต่กลับทำให้ข้ามีพลังปกป้องตัวเองเพียงเล็กน้อยเท่านั้น!”

“จากนี้ คงต้องเพิ่มความเร็วขึ้นอีก!”

เย่เฟิงกำหมัดแน่น สูดลมหายใจเข้าลึกลึก แล้วเดินลงไปยังแม่น้ำอีกสาย

….

ผ่านไปสามวัน!

เวลาไหลผ่านอย่างเร็วไว!

เช้าตรู่ ท่ามกลางสายน้ำ มีร่างคนผู้หนึ่งเดินเยื้องกรายขึ้นมา

ใบหน้าของเย่เฟิงซีดขาว ผมเผ้ารุงรัง เสื้อผ้าเปียกโชก

แต่.. เพียงเขาก้าวเดินขึ้นจากแม่น้ำ หมอกควันก็ปรากฏขึ้น เพียงพริบตาเดียว เสื้อผ้าเขาก็แห้งราวกับโดนแสงอาทิตย์จ้าสาดส่อง ไม่หลงเหลือแม้แต่รอยหยดน้ำ แปลกประหลาดยิ่งนัก

“สามวันแล้ว! พลังของข้าเพิ่มขึ้นจนเพียงพอ! ครานี้ ถึงเวลาต้องกลับเสียที!”

แม้นเย่เฟิงเป็นดวงวิญญาณราชามาร แต่ยังมีความทรงจำของร่างเจ้าของผสานอยู่

สำหรับเขาแล้ว

ยังมีบางเรื่อง จักต้องจัดการ!

ยังมีบางคน จักต้องไปสังหาร!

เพียงครุ่นคิด ร่างของมู่เฟิงเป็นประกาบแว่บ มุ่งหน้าไปที่เมืองเจียง

เวลาเพียงยี่สิบนาที เย่เฟิงก็มาถึงประตูโรงเรียนมัธยมแห่งเมืองเจียง

เย่เฟิง สถานะของเขาตอนนี้ยังเป็นแค่นักเรียนมอปลายปีสามคนหนึ่ง

เมื่อเห็นเย่เฟิง บรรดานักเรียนรอบๆที่กำลังเข้ามาในโรงเรียนต่างก็หลีกหนี ทยอยเดินห่าง โดยเฉพาะสายตาที่พวกเขามองเย่เฟิง เต็มไปด้วยความดูแคลนและสมเพช

ไม่เพียงแค่นี้ น้ำเสียงดูถูกและล้อเลียน ยังดังเข้าหูของเย่เฟิง

ราวกับว่าในสายตาของนักเรียนเหล่านี้เย่เฟิงเป็นดั่งตัวตลกก็ไม่ปาน

เพียงเห็นภาพนี้ เย่เฟิงก็ขมวดคิ้ว เขารู้แค่ว่าเจ้าของร่างคนก่อนไม่เป็นที่ชื่นชอบ แต่คิดไม่ถึงว่าสถานการณ์จะย่ำแย่ขนาดนี้

แต่เย่เฟิงไม่ได้สนใจ เขาย่างเท้าเดินไปทางประตูโรงเรียน

“โว้! นั่นเย่เฟิงที่เปิดห้องนอนกับประธานสาวสวยอันดับหนึ่งหรือเปล่า? ทำไมว้า หลบหน้าไปสามวัน ในที่สุดก็กล้าโผล่หัวมาแล้วหรอ”

ในตอนนี้ น้ำเสียงไม่เป็นมิตรดังขึ้น ทำให้เย่เฟิงหยุดเดิน

เหลือบตาหันไปปมอง ก็เห็นหญิงหนึ่งชายหนึ่งเดินโอบกันมา

ชายหนุ่มคนนั้นตัวสูงหล่อเหลา ด้านบนใส่แจ็คเก็ต ด้านล่างใส่กางเกงขายาวสีขาว ท่าทางสง่างาม แต่ในดวงตากลับสื่อความชั่วร้าย

ราวกับเป็นงูพิษที่ให้ความรู้สึกพร้อมจะโจมตี

แต่ผู้หญิงที่มาด้วย ใบหน้าของเธอช่างงดงาม รูปร่างสูงเพรียว ขนตาดุจเส้นไหม ยั่วยวนใจไม่หยอก

แต่ครานี้ ในดวงตาของหล่อนที่จ้องมองมาทางเย่เฟิงกลับดูไม่เป็นธรรมชาติ เธอจับมือชายหนุ่มกำยำไว้อย่างแน่นหนา มั่นใจแล้วว่าในสายตาที่เธอมองมู่เฟิงเต็มไปด้วยความดูถูกดูแคลน

จงเฉียง! หยูเฟย!

เมื่อมองเห็นคนทั้งสอง ในหัวของเย่เฟิงก็ปรากฏร่างของสองคนนี้ ทำให้เขาหรี่ดวงตา

จากในความทรงจำ จึงรู้ว่าผู้หญิงคนนี้ชื่อหยูเฟย เดิมทีเธอเคยเป็นคนรักของเย่เฟิง แต่หลังจากที่รู้จักจงเฉียง เธอก็สลัดเขาทิ้งทันที

เมื่อก่อน เย่เฟิงลุ่มหลงหยูเฟยอย่างมาก เมื่อถูกทิ้งจึงเจ็บปวดรวดร้าวอย่างแสนสาหัส

แต่น่าเสียดาย เย่เฟิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า ไม่ใช่เย่เฟิงคนนั้นอีกต่อไป!

“เหอะเหอะ.. เย่เฟิง คิดไม่ถึงเลย ไอ้นอกคอกอย่างแกยังกล้ากลับมาอีก?” จงเฉียงจ้องเขม็งเย่เฟิง มุมปากแสยะยิ้มเยาะเย้ย

“ตอนนี้ แกได้กลายเป็นคนดังของเมืองเจียงแล้วสินะ! ไม่ใช่แค่ตระกูลกงที่ตามล่าตัวแก แต่ตระกูลเย่ของแกก็ยังตามหาแกอยู่! เหอะเหอะ ชีวิตน้อยๆของแกคงอยู่ต่อได้อีกไม่นานหรอก”

จงเฉียงเปี่ยมความหรรษาบนใบหน้า

เขาชอบความรู้สึกที่ได้เหยียบย่ำเย่เฟิงมากที่สุด นั่นเนเหตุผลที่เขาใช้แผนการแย่งชิงหยูเฟยมาจากเย่เฟิง

เมื่อได้เห็นเย่เฟิงชอกช้ำระกำใจ ถูกคนอื่นเหยียดหยาม จงเฉียงจะรู้สึกอิ่มเอมเปรมใจ

เพียงฟังคำพูดของจงเฉียง ใบหน้าของเย่เฟิงก็เย็นชาถึงที่สุด ราวกับกำลังมองมดตัวหนึ่ง

“พูดจบหรือยัง? ข้าขอตัว!”

เย่เฟิงเป็นถึงราชามาร จึงมีความเคยชินไม่ต่อล้อต่อเถียงกับลิ่วล้อ เขาหมุนตัวเดินออกไป

หืม?

ภาพนี้ ทำให้จงเฉียงและหยูเฟยอึ้ง

ในความทรงจำของพวกเขา เย่เฟิงเป็นคนอ่อนปวกเปียก ต่อให้โดนชี้หน้าด่า ยังไม่กล้าตอบโต้กลับสักประโยค

แต่ตอนนี้ กลับไม่แยแส!

ไม่แยแสอย่างเห็นได้ชัด!

ทำราวกับจงเฉียงเป็นอากาศธาตุ!

นี่มัน….

พอคิดว่าตัวเองถูกไอ้นอกคอกเมิน จงเฉียงสีหน้าขุ่นเคือง ดวงตาประสงค์ร้าย รั้งตัวเย่เฟิงเอาไว้ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

“หา? ไอ้หนู เดี๋ยวนี้มึงกล้าดีนี่! มึงกล้าเมินกูเหรอ!!!”

จงเฉียงเดือดดาลอย่างมาก!

แต่เย่เฟิงมองจงเฉียงคล้ายกับกำลังมองคนโง่เขลา แล้วยักไหล่

“ข้าไม่ได้เมินเจ้า! แต่เจ้า….”

ในขณะที่พูด เย่เฟิงก็แสะยะยิ้มมุมปากอย่างเหยียดหยาม

“ข้าแค่เคยชินที่จะละเลยคนอื่นพล่าม!”

อะไรนะ!

หนึ่งประโยคของเย่เฟิง ไม่เพียงทำให้จงเฉียงและหยูเฟยอึ้ง แต่กลุ่มนักเรียนที่อยู่รอบๆต่างก็ตะลึง

ผู้คนต่างคิดไม่ถึงว่าเย่เฟิงผู้อ่อนแอ จะกล้าต่อว่าจงเฉียง

“ไอ้ไก่อ่อน มึง.. มึงกล้าด่ากู?” จงเฉียงในตอนนี้ยังสงสัยว่าตัวเองได้ยินผิดไป ใบหน้าทั้งประหลาดใจทั้งโมโห

ใม่ใช่แค่เพียงเขา แม้แต่หยูเฟยยังขมวดคิ้ว อารมณ์ที่มองเย่เฟิงเต็มไปด้วยความชิงชังและหยามเหยียด

เมื่อก่อนเธออยู่กับเย่เฟิง ถึงแม้เย่เฟิงเป็นลูกนอกสมรส แต่ในแต่ละเดือนก็ยังได้เงินจากตระกูลเย่เป็นจำนวนไม่น้อย

เมื่อก่อนเงินส่วนใหญ่ของเย่เฟิงถูกหยูเฟยผลาญจนแทบไม่เหลือหรอ

พอได้มาเจอกับจงเฉียงที่ร่ำรวยกว่า เธอจึงเหยียบย่ำเย่เฟิง สู่อ้อมกอดของจงเฉียง

แต่ตอนนี้ พอได้ยินคนนอกคอกมาด่าเจ้าชายขี่ม้าขาวที่อยู่ในใจของตัวเอง หยูเฟยจึงเป็นเดือดเป็นร้อนยิ่งกว่า ชี้หน้าด่าเย่เฟิง

“เย่เฟิง! แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร! มีคุณสมบัติอะไรถึงกล้ามาด่าจงเฉียง! ถ้าตอนนี้แกยอมรับผิดต่อจงเฉียง ฉันจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วให้จงเฉียงละเว้นแกสักครั้ง!”

ละเว้น?

พอได้ยินคำนี้ เย่เฟิงแสยะยิ้มมุมปากอย่างเยาะหยัน

“อย่างเจ้า เรียกว่าตัวอะไรกันละ!”

ตูม!!!

ความโอหังของเย่เฟิง ทำให้บรรดานักเรียนที่อยู่รอบๆลุกฮือ

แม้แต่ในฝันพวกเขายังคิดไม่ถึงว่าไอ้นอกคอกไร้ค่าที่เลื่องชื่อของเมืองเจียง ถึงกับกล้าต่อว่าจงเฉียงและหยูเฟย

ตอนนี้ บรรดานักเรียนที่มุงดูอยู่ต่างรู้สึกตื่นเต้น

สายตาของแต่ละคนที่มองมู่เฟิง เต็มไปด้วยความดูถูก พวกเขาคิดว่าไอ้หนุ่มนี่ถึงคราวซวยแล้ว

“แก…” หยูเฟยชี้หน้าเย่เฟิงอย่างเดือดดาล

แม้แต่ในฝันเธอยังไม่คาดคิดว่าไอ้หนุ่มที่เคยยกย่องให้เธอเนดั่งเทพธิดา ตอนนี้กลับต่อว่าเธอว่าเป็นตัวอะไร

เวลานี้ หยูเฟยโกรธจนหน้าร้อนฉ่า ชี้หน้าเย่เฟิง ไม่พูดไม่จา

แต่จงเฉียงกลับมีสีหน้าเหี้ยมเกรียม เขาดึงหยูเฟยเข้ามากอด แล้วพูดด้วยใบหน้าดูแคลนละล้อเลียน

“เหอะเหอะ.. กูเข้าใจแล้ว! เย่เฟิง เพราะกูแย่งหยูเฟยมาจากมึง รักมากเลยแค้นมากใช่ไหม! กูเข้าใจ! แต่ก็นะ ไอ้ขยะนอกคอกอย่างมึง ไม่คู่ควรกับหยูเฟย!”

คำพูดของจงเฉียง คือการหยามหมิ่นเย่เฟิงอย่างงชัดเจน

แต่คำพูดนี้ของเขาทำให้เย่เฟิงขำขัน

“เพราะรักจึงเกลียด? ฮ่าฮ่า…นางคู่ควรเหรอ?”

พอพูดจบ เย่เฟิงแสยะยิ้มมุมปากสื่ออารมณ์ดูแคลน ดวงตาคู่นั้นกวาดมองหยูเฟยอย่างทะลุปรุโปร่ง

“หึหึ… ไม่อยากจะพูดหรอกนะ จงเฉียง รสนิยมเจ้าดีไม่หยอกนา แม้แต่ขยะที่ข้าไม่ต้องการ เจ้ายังอุ้มชูราวกับเป็นอัญมณี”

อะไรนะ!

คำพูดของเย่เฟิง ทำให้ทุกคนตะลึง

ขยะที่ไม่ต้องการ?

เห็นได้ชัดว่าหมายถึง หยูเฟย!

ไม่เพียงแค่นี้ ทุกคนต่างมองเย่เฟิงซึ่งกำลังนับนิ้วตัวเองด้วยใบหน้าจริงจัง

“หยูเฟยอยู่กับข้าสี่เดือน ประมาณ120วัน! ในจำนวนนั้น พวกเรานอนด้วยกัน88คืน! ทุกคืนเอากันสามครั้ง ข้าใช้นาง264ครั้ง! ทุกครั้งก็ประมาณ10ท่า! รวมทั้งหมด นางใช้ร่างกาย2640ท่า!”

เออะ!!

การคำนวณอย่างตรงไปตรงมาของเย่เฟิง ทำให้ผู้คนที่มุงอยู่รอบๆอึ้งเป็นไก่ตาแตก!

2640ท่า?

นี่มัน…

ครานี้ บรรดานักเรียนที่อยู่รอบๆต่างหันไปมองจงเฉียงด้วยใบหน้าแลกประหลาด แต่ละคนหน้าแดงฉ่า เกือบจะหลุดหัวเราะออกมา

แต่จงเฉียง สีหน้าขุ่นมัวลงทุกที โดยเฉพาะตอนที่พูดว่า88คืน 264ครั้ง 2640ท่า ราวกับเป็นการโจมตีที่สร้างความเจ็บปวดให้เขาอย่างมหันต์ จนเกือบทำให้เขากระอักเลือด

เพียงแต่ มันยังไม่จบ!

คำพูดต่อมาของเย่เฟิง กลับยิ่งทำให้จงเฉียงแทบจะพ่นเลือดออกมา!

“ในสี่เดือนนี้ หยูเฟยใช้เงินข้าหนึ่งล้านแปดแสนหยวน เมื่อลองเฉลี่ยแล้ว ครั้งหนึ่งราคา68หยวน 1เหมา 8เฟิน! แต่นับจากจำนวนท่าคือ 6.818หยวน! อื้อหือ ถูกกว่าร้านตัดผมที่อยู่แถวขนส่งเสียอีก!”

ในขณะที่พูด เย่เฟิงใบหน้ายิ้มร่าจ้องมองจงเฉียง สีหน้าดูแคลน

“เฮ้! สหาย ขอบคุณที่รับไปต่อ! แต่ของชิ้นนี้สกปรกไปหน่อยนะ!”

พรวด!!! พอพูดถึงตรงนี้ จงเฉียงราวกับอ้วกออกมาเป็นเลือด

 

 

ตอนที่ 4 คนผู้นี้ อย่าได้ไปยั่วยุเป็นอันขาด
ตอนที่ 6 เย่เฟิง คือคนรักของฉัน

One Comment

  1. sorosungsutara

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *