ตอนที่ 8 ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่ใช่! เจ้าฟังผิด!

ตอนที่ 7 หน้าไม่อายขนาดนี้ แม่งเอ้ย รู้จักไหมคำนี้?
ตอนที่ 9 สิ่งนี้ ... น่าตื่นตาโคตรๆ!

ตอนที่ 8 ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่ใช่! เจ้าฟังผิด!

โรงเรียนมัธยมปลายปีสาม ห้องสอง!

เมื่อเย่เฟิงเดินไปถึงประตูห้องส้องสอง พลัน ก็ได้ยินเสียงพูดคุยนินทาดังสนั่นเข้าหู

“เฮ้! แกได้ยินมาหรือเปล่า? ไอ้ขยะนั่นโผล่หัวมาแล้ว คิดไม่ถึงจริงๆว่ามันกล้าที่จะกลับมา!”

“ใช่ แม้ว่าเรื่องของมันกับเทพธิดาหลินหลานก่อนหน้านี้ได้รับการยืนยันว่าเป็นข่าวลือ แต่ตระกูลกงได้เอ่ยปากแล้วว่าจะหักขามัน!”

“ไม่ใช่แค่ตระกูลกง แม้แต่ตระกูลเย่ก็ยังเดือดดาล ผู้อาวุโสหลายท่านแห่งตระกูลเย่ยังประกาศว่าจะขับมันออกจากตระกูลอีกต่างหาก ตัดขาดเป็นคนแปลกหน้าตลอดไป!”

“เหอะเหอะ มันกลับมาในเวลานี้ ในโรงเรียนของเรามีคุณชายจากตระกูลกงหลายคน คงไม่มีใครปล่อยมันไป!”

“……”

เสียงพูดคุยนินทาเหล่านี้ดังกระหื่ม เกือบทุกประโยคที่เต็มไปด้วยความรังเกียจและดูถูกเย่เฟิง

ราวกับว่าเย่เฟิงเป็นเพียงตัวตลกโดยสมบูรณ์ เป็นคนที่ถูกทุกคนเยาะเย้ย

เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะเย้ยหยัน เย่เฟิงเผยอยิ้มมุมปาก จากนั้นก็เดินก้าวสู่ชั้นเรียน

ชู่ว!

หลังจากที่เย่เฟิงเดินเข้าประตูห้อง ชั้นเรียนเงียบสงัดในพริบตา นักเรียนเกือบทุกคนต่างจ้องมองมา

ในสายตาที่จ้องมองเต็มไปด้วยความสนุกสนาน คล้ายกับกำลังมองตัวตลก ดูถูกดูแคลนเป็นที่สุด

ไม่เพียงแค่นั้น เย่เฟิงยังมองเห็นจงเฉียงและหยูเฟยนั่งอยู่ในกลุ่มคน

ทั้งสองยังเป็นนักเรียนมัธยมปลายปีสามห้องสอง จงเฉียงเป็นหัวหน้าห้องของห้องสองนี้

เมื่อเห็นว่าเย่เฟิงมองมา จงเฉียงและหยูเฟยก็แสดงอารมณ์ไม่เป็นมิตร

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในดวงตาของจงเฉียงมีความเกลียดชังสื่อออกมาไม่จบไม่สิ้น ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่มุมปากของเขาเผยอยิ้มอย่างสนุก ประหนึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นที่ประตูโรงเรียนถูกเขาลบออกไปจากสมองแล้ว

เมื่อเห็นภาพนี้ เย่เฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ท้ายที่สุดก็ไม่สนใจ เขาเดินตรงไปยังมุมๆหนึ่งที่อยู่แถวสุดท้ายของห้อง ก่อนจะนั่งลง

เมื่อเย่เฟิงนั่งลง จงเฉียงก็หันศีรษะมามองทันที ยิ้มเยาะใส่เย่เฟิง ทำท่าทางด้วยการเอามือปาดคอ

การกระทำเช่นนั้น ดูราวกับว่าเย่เฟิงในสายตาของเขาเหมือนคนตายแล้ว พร้อมทั้งหัวเราะอย่างชั่วร้ายมาก

หืม?

เย่เฟิงมีแสงวาบในดวงตา

ในตอนนี้เอง ร่างที่เป็นอ้วนกลมเหมือนลูกบอลก็วิ่งเข้ามา

“ไอ้บ้าเฟิง! ไอ้บ้าเฟิง! เร็ว … ” (พระเอกชื่อ风fengแปลว่า ลม แต่อ้วนเรียกว่า疯子 fengziแปลว่า บ้า *ออกเสียงเหมือนกัน)

ชายร่างอ้วนคนนี้สูง 160 เมตรสูง มีศีรษะอ้วนพี ร่างกายคล้ายกับถูกเป่าลมก็ไม่ปาน กลมตั้งแต่บนลงล่างจนเหมือนกับลูกบอล

ในขณะนี้ เขาวิ่งจนเหงื่อไหลท่วม หายใจหอบแฮ่กแฮ่กมาถึงด้านหน้าของเย่เฟิง ก่อนจะดึงเย่เฟิงให้วิ่ง:

“ไอ้บ้าเฟิง! ลูกน้องของตระกูลกงรู้ว่าแกกลับมาแล้ว! พวกนั้นกำลังพาคนมา!เร็ว … วิ่ง!”

ชายร่างอ้วนมีสีหน้าเต็มไปด้วยความร้อนรน แต่เย่เฟิงเหลือบมองเล็กน้อย แล้วชื่อก็ปรากฎขึ้นในหัว

เฟ่ยเฉียน!

เพื่อนสนิทเพียงหนึ่งเดียวของเย่เฟิง!

ถ้าพูดถึงเย่เฟิงคนก่อนหน้านี้ เมื่อถูกผู้คนนับหมื่นเยาะหยัน เฟ่ยเฉียนเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่เคยหัวเราะเยาะเขา

เขายังคงจำได้ว่าเย่เฟิงคนก่อนอ่อนแอมาก แม้โดนรังแกก็ไม่โต้ตอบกลับ ถูกด่าทอก็ไม่เคยเอ่ยปากเถียง เพราะถูกรังแก เฟ่ยเฉียนจึงคอยช่วยเหลือเขาหลายต่อหลายครั้ง

มีหลายครั้งที่ถูกเตะต่อยจนหัวแตกเลือดตกยางออก แต่เฟ่ยเฉียนไม่เคยถอยเลยสักครั้ง

ชายร่างอ้วนคนนี้มองเขาเป็นดั่งญาติพี่น้อง!

เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ หัวใจของเย่เฟิงมีความอบอุ่น พร้อมส่งยิ้มให้เฟ่ยเฉียน:

“อ้วน ไม่เป็นไรหรอก! นั่งลงเสีย!”

“นั่งกับผีสิ บ้าเฟิง แกรีบวิ่งให้ไวเลย!” เฟ่ยเฉียนเหงื่อออกท่วมตัว พอเห็นท่าทางเอื่อยเฉื่อยของเย่เฟิง เขาก็โมโหจนใบหน้าเป็นสีแดง:

“บ้าเฟิง! เวลานี้ข่าวลือของแกกับหลินหลานไปกระตุ้นความโมโหของตระกูลกง! โดยเฉพาะบรรดาคุณชายแห่งตระกูลกงหลายคน ต่างก็รอไม่ไหวอยากตัดแกเป็นชิ้นๆเพื่อเอาใจกงหยุนเฟย! ตอนนี้พวกเขากำลังมา ถ้าแกยังไม่วิ่งอีก … ”

เฟ่ยเฉียนทั้งเดือดทั้งลนลาน

แต่เขายังพูดไม่จบ เย่เฟิงยิ้มเล็กน้อย แล้วกดเขาให้นั่งบนเก้าอี้

หืม?

ภาพนี้ทำให้เฟ่ยเฉียนอึ้ง

ในฐานะที่เป็นเพื่อนสนิทหนึ่งเดียวของเย่เฟิง เขาจึงรู้จักเย่เฟิงมากที่สุด เย่เฟิงคนก่อนมีนิสัยขี้ขลาดและอ่อนแอ ถ้ารู้ว่าตระกูลกงกำลังมาหาเรื่อง คงเผ่นหนีไปแล้ว

แต่ตอนนี้ เย่เฟิงกลับมีท่าทางสงบนิ่งเฉย ประหนึ่งเขาไม่สนใจเลย

ไม่เพียงแค่นั้น เฟ่ยเฉียนยังค้นพบบางอย่างที่ทำให้เขาประหลาดใจ คือการที่เย่เฟิงดึงตัวเขานั่งบนเก้าอี้ที่ดูเหมือนง่ายดาย แต่เขาไม่มีแรงต่อต้านเลยด้วยซ้ำ

ราวกับว่ามือของเย่เฟิงมีกำลังที่ไม่มีที่สิ้นสุด ส่วนตัวเขาราวกับเป็นไก่ที่ไร้เรี่ยวแรงจะต้านทานโดยสิ้นเชิง

“บ้าเฟิง … บ้าเฟิง แก… ”

เฟ่ยเฉียนมองเย่เฟิงด้วยความประหลาดใจ อยากจะเอ่ยปากถาม

แต่… ในเวลานี้ ได้ยินเพียงเสียง ‘ปัง’, ประตูห้องเรียนถูกคนเตะจนเปิดออก เสียงฮูฮูดังขึ้น พร้อมกับมีร่างหกเจ็ดคนกรูกันเข้ามา

คนที่หัวหน้าเป็นชายหนุ่ม แต่งกายของแบรนด์เนมทั้งตัว สวมนาฬิกาสีทอง ร่างกายตั้งแต่บนลงล่างเป็นสีทองอร่าม เหมือนกับคนร่ำรวย

โดยเฉพาะทรงผมตัดเกรียน ใบหน้าขี้ริ้วขี้เหร่ ราวกับมอนสเตอร์ชั่วร้ายก็ไม่ปาน

เมื่อเห็นคนเหล่านี้ ทุกคนในชั้นเรียนมอปลายปีสามห้องสองต่างตกใจ

กงอู่!

หนึ่งในเด็กที่เย่อหยิ่งที่สุดของตระกูลกง ปกติจะเป็นคนอาจหาญต่อยตีไปทั่ว นิสัยโหดเหี้ยม เป็นหัวโจกของมอปลายปีสามห้องสี่!

ไม่มีใครกล้าหาเรื่องเขา!

ด้านหลังของกงอู่ ยังมีนักเรียนห้าหกคนที่มีร่างกายแข็งแกร่ง ใบหน้าดุร้าย ล้วนเป็นนักเรียนปีสามห้องสี่ที่มีฝีมือเยี่ยมด้านการเตะต่อย

เมื่อเห็นภาพนี้ นักเรียนเกือบทั้งหมดมองไปทางเย่เฟิง ในดวงตาของแต่ละคนเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยและความสมเพช

พวกเขาได้ประจักษ์ถึงความเหี้ยมโหดของกงอู่มานานแล้ว จึงเดาจุดจบของเย่เฟิงได้ไม่ยาก สภาพคงน่าสังเวชมาก

จบสิ้นแล้ว!

เมื่อฉันเห็นกงอู่และคนอื่นๆ เฟ่ยเฉียนใจตกไปอยู่ตาตุ่ม ใบหน้าซีดเผือด

“ใครคือเย่เฟิง?”

สายตาของกงอู่กวาดมองนักเรียนในชั้นเรียน แล้วถามด้วยใบหน้าที่เยือกเย็น

คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความโมโห ทำให้นักเรียนทุกคนในห้องสองต่างหดคอ ใบหน้าหวาดกลัว

ในเวลานี้ จงเฉียงก็ยืนขึ้น ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มอย่างร้ายกาจแล้วชี้ไปทางเย่เฟิง:

“พี่อู่, เจ้านั่นคือเย่เฟิง!”

ตอนนี้ ในใจของจงเฉียงช่างเบิกบานเริงร่า

ตอนเช้าเขาโมโหเย่เฟิงจนแทบกระอักเลือด ในใจคั่งแค้นเป็นที่สุด แต่เพราะคำขู่ของป๋ายอีทำให้เขาไม่กล้าหาเรื่องเย่เฟิง แต่เขาเอาเรื่องไปบอกกงอู่

เมื่อกงอู่รู้ว่าเย่เฟิงกลับมาแล้ว ด้วยความเหี้ยมโหดของอีกฝ่ายหนึ่ง อย่างน้อยที่สุดคงกระทืบเย่เฟิงจนเละ!

ถ้าเย่เฟิงถูกซ้อมจนพิการ คงถูกป่ายอี​สลัดทิ้งทันที เมื่อเย่เฟิงสูญเสียการคุ้มครองของป๋ายอี เขาก็สามารถจัดการเย่เฟิงยังไงก็ได้

เมื่อนึกถึงภาพเย่เฟิงถูกกระทืบใต้ฝ่าเท้าในอนาคต ในใจของจงเฉียงเริงร่าคล้ายกับมีดอกไม้เบ่งบาน

“พี่อู๋ ไอ้นอกคอกไร้ค่านั่นทำให้ตระกูลกงของพี่เสียหน้า พี่ต้องไม่ปล่อยมันไป!”

จงเฉียงพูดราวกับเติมน้ำมันในกองไฟ สายตาที่มองเย่เฟิงเปี่ยมความเยาะเย้ยและดูแคลน

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สายตาของกงอู๋เปี่ยมความเย็นเยียบ แล้วย่างเท้าเดินไปหาเย่เฟิง

เมื่อเดินมาถึงด้านหน้าของเย่เฟิง ความเย็นเยียบในดวงตาของกงอู่เพิ่มพูนจนถึงขีดสุด

“มึง ก็คือไอ้นอกคอกนั่น?”

ปากของกงอู่พูดออกมาเต็มไปด้วยความดุร้าย สายตาที่มองเย่เฟิงเหมือนกับกำลังมองมดตัวกระจ้อยร่อย

เมื่อเฟ่ยเฉียนได้ยินแบบนี้ เขาโมโหราวกับถูกแผดเผาในเพลิงพิโรธ เขาอยากจะลุกขึ้นยืน แต่เย่เฟิงกดให้นั่งลงไป

เฟ่ยเฉียนอึ้ง แล้วมองไปทางเย่เฟิง

เขาเห็นใบหน้าที่ไร้ความหวาดกลัวของเย่เฟิง มุมปากเผยอรอยยิ้ม เขาจึงค่อยๆหันหน้าช้าๆไปมองกงอู่

“ข้าชื่อเย่เฟิง สวัสดี! สวะ!”

ตึ๊ก!

คำพูดของเย่เฟิง คล้ายกับจะเปิดสวิตช์ปิดเสียง ที่ทำให้ทุกเสียงเงียบฉี่!

สวัสดี! สวะ!

เย่เฟิงกล้าด่าหัวโจกของเหล่าปีสามห้องสี่ ด่ากงอู่ว่าเป็นสวะ?

ในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นจงเฉียง หรือเฟ่ยเฉียน แม้กระทั่งนักเรียนทุกคนที่อยู่รอบๆล้วนตะลึง

พวกเขายังสงสัยว่าตัวเองได้ยินผิดไป!

ในสายตาพวกเขา เย่เฟิงเป็นคนที่อ่อนแอและรังแกได้ง่าย แต่ตอนนี้ผู้ชายคนนี้กำลังชี้หน้าด่ากงอู่!

นี่ … เท่ากับรนหาที่ตาย!

ไม่เพียงคนเหล่านี้ แม้แต่กงอู่เองก็ยังอึ้งเล็กน้อย ต่อจากนั้น ใบหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นถมึงทึง

“ไอ้หนู! เมื่อกี้มึงด่ากูว่าเป็นสวะ?”

กงอู่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว เพลิงพิโรธกำลังร้อนระอุ

เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาที่เป็นถึงหัวโจกของชั้นเรียน ทั้งยังเป็นบุตรแห่งตระกูลกง ต้องมาถูกด่าโดยไอ้นอกคอกลูกนอกสมรส มันยากจะเชื่อได้

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สายตาของทุกคนจ้องมองไปทางเย่เฟิง

ทุกคนเห็นว่าใบหน้าของเย่เฟิงแสดงอารมณ์อ่อนแอแล้วยืนขึ้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและหวาดผวา เขาโบกมือไปมา พร้อมอธิบาย:

“ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่ใช่ เจ้าฟังผิด … ”

ท่าทางเช่นนี้ของเย่เฟิงดูอ่อนแอมาก ทุกคนจึงเชื่อมั่นว่าเย่เฟิงคงพูดผิด และตอนนี้เขาคงต้องการขอโทษ ใบหน้าของแต่ละคนจึงสื่อความดูถูกดูแคลนอย่างมหันต์

เพราะพวกเขารู้ว่า ไอ้หนุ่มคนนี้เป็นคนไร้ค่า อ่อนแอ ทุกคนสามารถกลั่นแกล้งได้!

เพียงแต่.. ในเวลานี้!

ประโยคถัดไปของเย่เฟิง ทำให้ทุกคนอึ้งโดยสิ้นเชิง!

“ข้าไม่ได้พูดว่าเจ้าเป็นสวะ! ข้าพูดว่า พวกเจ้า … ล้วน เป็น สวะ!”

ตอนที่ 7 หน้าไม่อายขนาดนี้ แม่งเอ้ย รู้จักไหมคำนี้?
ตอนที่ 9 สิ่งนี้ ... น่าตื่นตาโคตรๆ!

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *