ตอนที่ 9 สิ่งนี้ … น่าตื่นตาโคตรๆ!

ตอนที่ 8 ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่ใช่! เจ้าฟังผิด!
ตอนที่ 10 ข้าคือปีศาจ! ปีศาจของปีศาจ!

ตอนที่ 9 สิ่งนี้ … น่าตื่นตาโคตรๆ!

พวกเจ้าล้วนเป็นสวะ!

ฮู! ! !

เมื่อเย่เฟิงพูดจบ ปีสามห้องสองทั้งหมดต่างอึ้งเป็นไก่ตาแตก

ด่าอีกแล้ว!

ไอ้นอกคอกด่าทออู่กงอู่อีกครั้ง!

นี้ … เจ้านี่บ้าไปแล้ว!

พลัน นักเรียนมอปลายปีสองเกือบทุกคนคิดว่าเย่เฟิงบ้าไปแล้ว ไม่เช่นนั้น ด้วยสถานะลูกนอกสมรสอย่างเขา มีหรือจะกล้าด่าทอบุตรสายเลือดตรงแห่งตระกูลกง!

ในขณะนี้ สายตาที่นักเรียนเกือบทั้งหมดมองเย่เฟิงเหมือนกับมองคนโง่เง่าก็ไม่ปาน

พวกเขารู้ว่าเย่เฟิงจบสิ้นแล้ว!

จบสิ้นอย่างสมบูรณ์!

หยูเฟยที่อยู่ในกลุ่มคน ในขณะนี้เผยความสุขบนใบหน้า

“เหอะเหอะ! ไอ้สวะช่างโง่เง่า! คิดว่ามีป๋ายอีหนุนหลังแล้วกงอู่จะไม่กล้าทำอะไรมันหรือ? มันกำลังรนหาที่ตาย !!!”

ในใจของหยู่เฟฟยเปี่ยมความขยะแขยงเย่เฟิงถึงที่สุด

หลังจากที่หยูเฟยสลัดเย่เฟิงทิ้ง แต่เย่เฟิงกลับสามารถจีบดาวโรงเรียนอย่างป๋ายอีได้ นี่เท่ากับตบหน้าเธออย่างจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่ถูกเย่เฟิงสร้างความอัปยศในตอนเช้าแทบทำให้หยูเฟยโมโหจนเป็นบ้า

ตอนนี้พอเห็นว่าเย่เฟิงกำลังจะถูกจัดการ ความสุขในหัวใจเกือบจะทำให้เธอหัวเราะอย่างบ้าคลั่งออกมา

เช่นเดียวกับจงเฉียงในตอนนี้ ในสายตาของเขามีความคั่งแค้นและความสุขมากมาย ราวกับว่าเขาได้เห็นภาพที่กงอู่และคนอื่น ๆจัดการทุกสิ่งอย่างจนสิ้นซาก ใบหน้าของเขาแสดงความโหดร้าย .

“ไอ้ขยะ มึง … มึงกล้าด่าว่าพวกกูเป็นสวะ!”

ตอนนี้ ไม่เพียงแค่กงอู่ที่เดือดดาล แต่พวกอันธพาลที่อยู่ข้างหลังอีกหลายคนโมโหอย่างยากจะข่มไหว

พวกเขาไม่เคยคิดฝันว่าลูกนอกกฎหมายที่มีแต่คนดูถูกจะวางท่าโอหังได้ถึงเพียงนี้

“ดี เย่เฟิง มึงกล้ามาก!” ตอนนี้กงอู่โมโหมาก ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโหดร้ายราวกับกระหายเลือด

“ในเมื่อมึงด่ากูแล้ว กูก็จะให้ทางเลือกมึงสองทาง!”

ในขณะที่พูด ดวงตาของกงอู่เฉกเช่นหมาป่าหิวกระหาย จ้องมองเย่เฟิงอย่างเอาเป็นเอาตาย พูดว่า

“ข้อหนึ่ง มึงคุกเข่าขอโทษกู แล้วหักแขนตัวเองหนึ่งข้าง! ข้อสอง กูจะช่วยมึงเอง แต่ผลที่ตามมาคือ มือข้างหนึ่งกับขาอีกข้าง กูจะทำให้มึงกลายเป็นขยะที่สมบูรณ์แบบ!”

เงียบ!

หลังจากกงอู่พูดจบ มอปลายปีสามทั้งหมดต่างเงียบสงับสงัด

นักเรียนทุกคนรู้สึกหนาวเย็นถึงกระดูก

หนึ่ง คุกเข่าขอโทษ หักแขนตัวเองข้างหนึ่ง!

สอง หักแขนข้างหนึ่งและขาข้างหนึ่ง!

ไม่ว่าจะทางไหน เย่เฟิงก็ตายอย่างเขียด!

นักเรียนทุกคนต่างมองเย่เฟิงอย่างสมเพช พวกเขาราวกับเห็นจุดจบอันสยดสยองของเย่เฟิง

แต่หลังจากได้ยินคำพูดนี้ เย่เฟิงหรี่ตาเล็กน้อย ดวงตามีสายฟ้าสีม่วงที่เดี๋ยวก็ปรากฏเดี๋ยวก็หายวาบ

“เจ้าแน่ใจ?”

สามคำสั้นๆกลับเย็นยะเยือกเข้ากระดูกดำ

พลัน อุณหภูมิในห้องมอปลายปีสองราวกับอยู่ในจุดเยือกแข็ง ทุกคนหนาวจนตัวสั่น

ราวกับคำสามคำนี้ไม่ได้ออกมาจากปากของเย่เฟิง แต่มาจากนรก ทำให้ผู้คนขนหัวลุก

แม้แต่กงอู่ยังรู้สึกหนาวเหน็บจนตัวสั่น ราวกับว่าเขาไม่ได้เผชิญหน้ากับมนุษย์ แต่มารปีศาจ สัตว์อสูร ทำให้ความกลัวในใจของเขายิ่งเพิ่มพูนมากขึ้น

แต่.. กงอู่ส่ายหัวของเขาทันที เพื่อเอาความคิดไร้สาระออกจากสมอง แปรเปลี่ยนเป็นโมโห

เขาคิดไม่ถึงว่าคำสามคำของไอ้นอกคอกจะทำให้เขารู้สึกกลัว!

“ใช่ กูแน่ใจ!” กงอู่โกรธเกรี้ยวราวกับถูกแผดเผาในกองไฟ จ้องมองเย่เฟิงอย่างจงเกลียดจงชัง:

“มึง ถ้าไม่คุกเข่า ก็ต้องพิการ!”

หืม?

ประโยคนี้ทำให้เย่เฟิงหัวเราะ สายฟ้าสีม่วงในดวงตาของเขาเข้มยิ่งขึ้น:

“ดี เมื่อเจ้าต้องการอย่างแรงกล้า ข้าจะมอบสองทางเลือกให้เจ้าเช่นกัน!”

พอพูดจบ เย่เฟิงค่อยๆลุกขึ้นยืน

พริบตาที่เขาลุกขึ้นยืน แสงสายฟ้าสีม่วงในดวงตาเข้มขึ้นอย่างหาที่สุดไม่ได้

ราวกับว่าดวงตาของเขามีเวทมนตร์ที่ไม่มีขีดจำกัด เมื่อจ้องมอง ก็ทำให้จิตวิญญาณแตกซ่าน

โดยเฉพาะพรรคพวกของกงอู่ เมื่อพวกเขาได้เห็นสายฟ้าสีม่วงในสายตาของเย่เฟิง พวกเขาสั่นเทิ้มไปทั้งตัว

ชูว! ! !

พลัน สายฟ้าสีม่วงราวกับว่าซึมซาบเข้าไปในหัวของกงอู่และคนอื่นๆทันที ทำให้สติพร่ามัว

ในตอนนี้ เย่เฟิงเปิดปาก ตะคอกเสียง น้ำเสียงดุดัน

“จะคุกเข่า! หรือจะตาย!!!”

ตูม!

เสียงตะคอกนี้ดังสนั่นราวกับฟ้าผ่า ทำให้กงอู่และคนอื่นๆสั่นเทิ้มทั้งตัว อารมณ์เหม่อลอยยิ่งขึ้นราวกับว่าไร้สติ

เนตรมารห้วงทมิฬ! ! !

หากมีผู้แข็งแกร่งในจักรวาลอยู่ที่นี่ก็จะค้นพบได้ทันทีว่า ทักษะที่เย่เฟิงใช้คือ เนตรมารห้วงทมิฬขั้นหนึ่งอันเป็นหนึ่งในวิชาสังหารแห่งราชปีศาจ – กลืนวิญญาณ!

กลืนวิญญาณ เป็นการสะกดจิตให้อยู่ในสภาพหลับลึกที่สุด!

แตกต่างจากการสะกดจิตธรรมดา กลืนวิญญาณไม่เพียงแค่สามารถสะกดจิตความคิดของคน แต่สามารถควบคุมจิตใจของคนคนนั้นได้!

กล่าวได้ว่า สามารถเปลี่ยนคนให้กลายเป็นหุ่นเชิดได้!

ทำให้มนุษย์ที่มีจิตวิญญาณ ไร้จิตใจ!

แต่ตอนนี้.. พลังของเย่เฟิงเท่ากับหนึ่งในสิบล้านซึ่งห่างไกลจากเมื่อก่อนอย่างมาก กลืนวิญญาณจึงมีผลเฉพาะกับคนธรรมดาเท่านั้น หากพบบุคคลที่แข็งแกร่งก็จะไม่สามารถใช้งานได้

แต่ในขณะนี้ หลังจากได้ยินคำพูดของเย่เฟิง มอปลายสองทั้งชั้นเงียบฉี่ชั่วครู่ จากนั้น เสียงหัวเราะที่บ้าคลั่งดังสนั่นขึ้น

“ฮ่าฮ่า … ได้ยินอะไรไหม! ไอ้ขยะบอกว่าให้สองทางเลือกแก่กงอู่? จะคุกเข่า? หรือจะตาย? ไม่ไหว น่าหัวเราะฉิบหาย ! โง่วะ… ”

จงเฉียงหัวเราะลั่นจนเกือบจะมีน้ำตาไหลออกมา

แต่หยู่เฟยยืนเฉิดฉาย จ้องมองทางเย่เฟิง คล้ายกับกำลังมองคนโง่เง่า:

“คิกคิกคิก … โคตรโง่ มันคิดว่ามันเป็นใคร ก็แค่ไอ้ขยะปะ กงอู่ต้องโกรธมองแน่ๆ มันได้ตายสมอยาก!”

นอกจากนี้ทั้งสองคน นักเรียนทั้งชั้นเรียนยังเต็มไปด้วยความเยาะเย้ย ราวกับเย่เฟิงเป็นเพียงตัวตลกโดยสมบูรณ์!

แต่… ในตอนที่ทุกคนกำลังหัวเราะเสียงดัง ก็มีเสียงดังขึ้นอย่างฉับพลัน!

ตุบ!

ตุบ!

ตุบ!

ท่ามกลางสายตาอันน่าตกใจของผู้คน กงอู่และคนอื่นๆล้วนคุกเข่าลงบนพื้น!

กึ๊ก!

ฉากนี้ ราวกับจะเปิดสวิทช์ความเงียบที่ทำให้เสียงหัวเราะเฮฮาหยุดลงทันที

นักเรียนในชั้นเรียนทุกคนถลึงตาโตอ้าปากหวอ ปากกว้างจนแทบจะยัดเป็ดได้ทั้งตัว ลูกตาก็เกือบจะถลนตกลงไปบนพื้น

จงเฉียงและหยูเฟย ใบหน้าที่เปี่ยมเสียงหัวเราะบ้าคลั่งหยุดชะงัก ราวกับเป็ดที่ถูกล้วงในคอ เป็นอารมณ์ที่ดูๆแล้วตลกมาก!

นี่มัน มันเป็นไปไม่ได้! ! !

จงเฉียงอึ้งอย่างสมบูรณ์!

เขาคิดไม่ถึงว่า หัวโจกของชั้นมอปลายห้องสี่อย่างกงอู่แห่งตระกูลกงถึงกับคุกเข่าให้เย่เฟิง!

นี่มัน เป็นไปได้อย่างไร!

พลิกแพลงจากสิ่งที่เขาคำนวนโดยสิ้นเชิง!

“นายน้อยอู่… คุณ … ทำไมคุณคุกเข่าให้ไอ้ขยะนี้! เร็ว … รีบลุกขึ้น!”

จงเฉียงรีบเดินไปข้างหน้าเพราะอยากช่วยพยุงกงอู่ให้ลุกขึ้น

แต่ กงอู่และคนอื่นๆต่างมีใบหน้านิ่งเฉย ดวงตาเหม่อลอย ราวกับหุ่นเชิดก็ไม่ปาน พวกเขาจึงไม่ได้ยินเสียงของจงเฉียง

แปลก!

มันแปลกประหลาดเป็นที่สุด

จงเฉียงยังสงสัยว่าตัวเขาเข้าใจผิดไปเองหรือเปล่า มิฉะนั้นแล้วจะมีเรื่องราวแปลกประหลาดเช่นนี้ได้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม เมื่อเย่เฟิงเห็นภาพนี้ มุมปากเผยออย่างลึกลับ

“กงอู่ พวกเจ้ามาตามหาคนที่ชื่อเย่เฟิงใช่หรือไม่?”

พอพูดจบ เย่ฟิงชี้นิ้วไปทางจงเฉียง

“คนผู้นั้นคือเย่เฟิงที่พวกเจ้ากำลังตามหา!”

อะไรนะ!

ในขณะนี้  จงเฉียงอึ้ง หยู่เฟยตะลึง นักเรียนทุกคนในชั้นเรียนยังไม่ทันมีปฏิกิริยาตอบสนอง

แต่เมื่อได้ยินคำพูดของเย่เฟิง ร่างกายของกงอู่และคนอื่นๆก็สั่นรัว ในสายตาที่สลึมสะลือ ปรากฏสีสันนับไม่ถ้วน:

“เย่เฟิง… ใช่ … พวกเราต้องการตัวเย่เฟิง พวกเราต้องการจัดการเย่เฟิง… เย่เฟิง … ”

กงอู่และคนอื่นๆดั่งคนโง่เขลาก็ไม่ปาน พวกเขาลุกขึ้นยืน ดวงตาแต่ละคู่ต่างจ้องมองจงเฉียง

แย่แล้ว!

ภาพภาพนี้ทำให้ในใจของจงเฉียงเกิดเสียงดังเพล้ง ไม่มีเวลามากพอให้ครุ่นคิด เขารีบมาอธิบายกงอู่และคนอื่น ๆ :

“นายน้อยอู่ คุณ … อย่าไปฟังมัน มันโกหกคุณ ผมไม่ใช่เย่เฟิง มันต่างหาก!”

เพี๊ยะ! ! !

แต่จงเฉียงยังพูดไม่ทันจบ หนึ่งฝ่ามือตบบนใบหน้าของเขาอย่างรุนแรงจนหน้าหัน ร่างกายโซเซ

คนที่ตบก็คือกงอู่ !

ดวงตาของเขาเหม่อลอย การเคลื่อนไหวของเขาแข็งทื่อ แต่ปากท่องประโยค:

“เย่เฟิง… กูจะจัดการเย่เฟิง… ”

ในขณะที่พูด กงอู่และคนอื่นๆดั่งหุ่นเชิด พวกเขากรูไปทางจงเฉียง

เพี๊ยะเพี๊ยะเพี๊ยะ!

เสียงตบหน้าดังขึ้นรัวรัว!

ดังสนั่นลั่นห้อง!

แต่เย่เฟิงนั่งบนเก้าอี้ เขาไขว่ห้าง และกล่าวด้วยรอยยิ้ม:

“โอ๊ะโอ๋! เย่เฟิง ใบหน้าด้านซ้ายของเจ้าหล่อเหลามาก!”

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!

จงเฉียงถูกตบหน้าด้านซ้ายสามครั้ง!

“เอ่? เย่เฟิง ใบหน้าด้านขวาของเจ้าก็หล่อเหลาด้วยเช่นกัน! ช่างหล่อเหลาเกินพรรณนา’

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!

ใบหน้าด้านขวาของจงเฉียงถูกตบอีกหลายครั้ง!

“ อ๊ะ คุณพระ! เย่เฟิง อวัยวะทั้งห้าบนใบหน้าของเจ้าสมบูรณ์แบบจริงๆ เป็นดั่งต้นไม้หยก บุรุษหนุ่มผู้หล่อเหลาดั่งเทพบุตร! ข้ารักเจ้าปานจะกลืนกิน! ”

ตุบ! ตุบ! ตุบ!

ใบหน้าของจงเฉียงโดนหมัดต่อยหลายครั้ง!

ในขณะนี้ นักเรียนในชั้นเรียนทุกคนต่างก็ตะลึงงัน

พวกเขาเห็นเย่เฟิงนั่งขาไขว่ห้าง ท่าทางสบายๆ ทุกครั้งที่เขาพูด ต้องมีส่วนใดบนร่างกายของจงเฉียงที่เปื้อนเลือด

สิ่งที่ทำให้ทุกคนพูดไม่ออกก็คือ ทุกคำที่เย่เฟิงพูดออกมาคือชื่นชมว่าตัวเองหล่อเหลา

ตราบเท่าที่เย่เฟิงมีส่วนใดของร่างกายงดงาม ส่วนนั่นของร่างกายจงเฉียงจะถูกโจมตีจนบาดเจ็บ!

สิ่งนี้ … น่าตื่นตาโคตรๆ!

……………………………………………….

ตอนที่ 8 ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่ใช่! เจ้าฟังผิด!
ตอนที่ 10 ข้าคือปีศาจ! ปีศาจของปีศาจ!

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *