EG บทที่ 209  การประชุมที่รัฐบาลเมืองต่อ (อ่านฟรี)

EG บทที่ 208 การประชุมที่รัฐบาลเมือง (อ่านฟรี)
EG บทที่ 210 การเคลื่อนไหวของนักฆ่า ตอน 1 (อ่านฟรี)

 

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูหน้าห้องทำงานดังขึ้น เลขาของรองนายกเทศมนตรีซวี่เงยหน้าขึ้นมองก็เห็นเฝิงหยู่ยืนอยู่ เขทมองนาฬิกา ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสองแล้ว!

 

แม้ว่าเลขาจะโทรไปหาเฝิงหยู่และบอกให้มาในช่วงเวลาทำการในตอนบ่าย คนปกติทั่วไปก็จะมาตรงเวลาหรือมาก่อนเวลาประชุมกับรองนายกเทศมนตรีด้วยซ้ำ

 

แต่เฝิงหยู่กลับทำตรงกันข้าม เขามาตรงเวลาแต่ไม่ได้มาหารองนายกเทศมนตรีซวี่ทันทีที่เขามาถึง แต่กลับไปห้องทำงานของรองนายกเทศมนตรีจางก่อน เลขาคิดว่าเฝิงหยู่คงไปขอความช่วยเหลือจากจางรุ่ยเฉียง แต่จางรุ่ยเฉียงก็ไม่ได้มาพร้อมกับเฝิงหยู่ แม้แต่เลขาของจางรุ่ยเฉียงก็ไม่ได้มาด้วยและก็ไม่มีโทรศัทพ์จากพวกเขาด้วย

 

เสี่ยวซุนรู้ว่าไม่ว่าเฝิงหยู่จะประสบความสำเร็จในการได้รับความช่วยเหลือมากแค่ไหนก็ตาม เขาก็ยังเดือดร้อนอยู่ดี เจ้านายของเขาจะต้องตำหนิที่เขาที่ไม่สามารถทำให้เฝิงหยู่มาตรงเวลาได้

 

“ทำไมคุณถึงมาสายขนาดนี้?” เสี่ยงซุนตะโกนถามอย่างไม่พอใจ

 

เฝิงหยู่เลิกคิ้ว “ทำไมหรอครับ? รองนายกเทศมนตรีซวี่กลับไปแล้วหรอ? ถ้างั้นเอาไว้เดี๋ยววันหลังผมมาใหม่ก็ได้”

 

เสี่ยวซุนตกใจรีบคว้าแขนเฝิงหยู่เอาไว้ “รองนายกเทศมนตรีซวี่อยู่ข้างในครับ ตามผมมา”

 

ให้ตายสิ เฝิงหยู่คนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ แม้ว่าผู้นำจะกลับไปแล้ว คุณก็ต้องอยู่รอเขาที่นี่ก่อน คุณจะมาหันหลังและเดินกลับออกไปได้ยังไง?

เฝิงหยู่เดินเข้ามาในห้องทำงาน รองนายกเทศมนตรีซวี่และหลี่หมิงเต๋อได้ยินเสียงเขาเดินเข้ามาแล้ว แต่ก็ยังคงอ่านหนังสือพิมพ์ต่อไป พวกเขาทำท่าเหมือนกับว่าไม่มีใครเดินเข้ามาในห้อง

 

“นายกเทศมนตรีซวี่ครับ เฝิงหยู่มาแล้วครับ”

 

รองนายกเทศมนตรีซวี่ไม่พูดอะไร และหลี่หมิงเต๋อแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นเฝิงหยู่ เฝิงหยู่ก็ไม่ได้สนใจอยู่แล้วว่ารองนายกเทศมนตรีซวี่จะบอกให้เชิญเขาเข้าห้องได้หรือไม่ เขาเดินไปนั่งข้างลี่หมิงเต๋อที่โซฟาเองเลย

 

หลี่หมิงเต๋อแกล้งทำเป็นไม่เห็นเฝิงหยู่ไม่ได้อีกแล้ว เขาวางหนังสือพิมพ์ลงและจ้องหน้าเฝิงหยู่ “คุณไม่รู้กฎระเบียบหรอ? มีใครอนุญาตให้คุณเข้ามาหรือยัง?”

 

เฝิงหยู่เอนตัวนั่งพิงและไขว้ห้าง เขาหันไปหาเสี่ยวซุนแล้วพูดว่า “เลขาซุนครับ ทำไมถึงไม่มีชามาเสิร์ฟผมสักแก้วเลยล่ะครับ?”

 

รองนายกเทศมนตรีซวี่ทนไม่ไหวอีกต่อไป เฝิงหยู่คนนี้หยิ่งยโสเกินไปแล้ว นี่มันห้องทำงานของเขา ห้องทำงานของรองนายกเทศมนตรีแห่งเมืองปิง เฝิงหยู่คิดว่าที่เป็นบ้านตัวเองหรือไง? แถมยังกล้ามาสั่งให้เสี่ยวซุนชงชาให้เขาอีกหรอ?

 

“อะแฮ่ม….เสี่ยวซุน ออกไปก่อน เลื่อนประชุมผมตอนบ่ายสามให้ด้วยนะ”

 

รองนายกเทศมนตรีซวี่คิดว่าเฝิงหยู่จะลุกขึ้นและทักทายเขาเมื่อเขาวางหนังสือพิมพ์ลง แต่เฝิงหยู่กลับไม่พูดอะไรและดูเหมือนว่าเขากำลังนั่งหลับตาพักผ่อนอยู่!

 

ตอนแรกรองนายกเทศมนตรีซวี่และหลี่หมิงเต๋ออยากกดดันเฝิงหยู่โดยการปล่อยให้เขายืนรอ รองนายกเทศมนตรีซวี่ใช้วิธีนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว และก็สามารถทำให้ฝ่ายตรงข้ามตกใจกลัวได้ วิธีนี้จะทำให้การเจรจาพูดคุยง่ายขึ้นและบังคับเฝิงหยู่ให้คืนหุ้นได้ แต่เฝิงหยู่รู้ทันกลอุบายของเขาทุกอย่างแล้วและไม่สนใจเขาเลย!  

 

“เสี่ยวเฝิง คุณน่าจะรู้ว่าผมเรียกคุณมาที่นี่ทำไม” รองนายกเทศมนตรีซวี่อยากจะควบคุมการเจรจาครั้งนี้ เขาจะไม่พูดเยอะ เขาอยากให้อีกฝ่ายเป็นผู้คาดเดามากกว่า

 

เฝิงหยู่ลืมตาและมองด้วยสายตางุนงง “รองนายกเทศมนตรีซวี่ คุณพูดกับผมหรอครับ? ขอโทษด้วยครับ ผมไม่ทันได้ฟัง ผมเพิ่งไปที่โชว์รูมรถจักรยานยนต์ซงเจียงในเมืองปิงเมื่อตอนเที่ยงวัน ช่วงนี้ผมยุ่งมากเลย”

 

รองนายกเทศมนตรีซวี่โกรธมาก อย่างแรกคือวิธีการที่เฝิงหยู่เรียกเขา คนอื่นๆ นอกจากเรียกเขาว่านายกเทศมนตรี ก็จะมีเรียกว่านายกเทศมนตรีซวี่ แต่เฝิงหยู่กลับจงใจเรียกเขาว่ารองนายกเทศมนตรีซวี่ อย่างที่สองคือเฝิงหยู่แกล้งทำทีท่าแกล้งโง่ใส่เขา ยุ่งงั้นหรอ? คุณจะมายุ่งมากกว่าผมได้ไง?

 

เจ้าเด็กคนนี้คิดว่าตัวเองมีคอนเนคชั่นและเงิน แล้วจะมาทำทีท่าเย่อหยิ่งแบบนี้ได้หรอ?

 

“เสี่ยวเฝิง อย่ามาทำเป็นแกล้งโง่เลย คุณก็รู้สาเหตุที่เราเรียกคุณมาที่นี่! ผมไม่สนว่าคุณตกลงอะไรไว้กับโรงงานการบิน แต่คุณต้องขายหุ้นของโรงงานการบินคืนให้กับเมือง! บริษัทเครื่องจักรเป็นรัฐวิสาหกิจและเป็นกิจการร่วม ซึ่งจะไม่มีวันเปลี่ยนไป!” หลี่หมิงเต๋อตะโกน

 

เฝิงหยู่พูดด้วยสีหน้าตกใจ “ผู้อำนวยการหลี่ คุณพูดเรื่องอะไรครับเนี่ย? บริษัทเครื่องจักรเป็นกิจการร่วมมาโดยตลอด แม้แต่หลังจากที่มีการปรับโครงสร้าง ก็ยังเป็นกิจการร่วมอยู่ดี คุณคิดว่าตอนนี้บริษัทเครื่องจักรเป็นกิจการที่มีเจ้าของคนเดียวหรือไงครับ?” เฝิงหยู่จ้องหน้าหลี่หมิงเต๋อหลังจากที่พูดจบ

 

หลี่หมิงเต๋อโกรธหนักมาก เฝิงหยู่กล้าพูดแบบนี้โดยมีความหมายเป็นนัยว่าเขามีอำนาจควบคุมบริษัทเครื่องจักรทั้งหมด!

 

“เสี่ยงเฝิง อย่าพยายามเปลี่ยนประเด็นสิ พูดมาตรงๆ เลยดีกว่า คุณจะคืนหุ้น 14% ให้มั้ย?” หลี่หมิงเต๋อถาม

 

“คืนให้งั้นหรอ? หมายความว่ายังไงครับ? ผมซื้อหุ้นมาด้วยเงินของผมเอง คุณพูดราวกับว่าผมไปขโมยหรือปล้นหุ้นใครมาอย่างนั้นแหละ ผู้อำนวยการหลี่ คุณต้องรับผิดชอบคำพูดที่ออกมาจากปากของคุณด้วยนะ”

 

รองนายกเทศมนตรีซวี่ขจ้องหน้าหลี่หมิงเต๋อ คุณอายุตั้งเท่าไหร่แล้ว และยังจะมายืนเถียงกับเด็กหนุ่มแบบนี้เนี่ยนะ? ที่แย่ที่สุดก็คือเถียงแพ้อีกต่างหาก

 

แก่ป่านนี้แล้วมัวไปทำอะไรอยู่?

 

รองนายกเทศมนตรีซวี่ไม่ได้ตั้งใจจะให้หลี่หมิงเต๋อเป็นคนพูด หลี่หมิงเต๋อไม่ได้มีวาทศิลป์เหมือนเฝิงหยู่

 

“เฝิงหยู่ อย่าเพิ่งใช้อารมณ์สิ ที่ผมเรียกคุณมาที่นี่ก็เพื่อจะคุยกับคุณ บริษัทเครื่องจักรเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีการปรับโครงสร้างและประสบความสำเร็จมากที่สุดในเมือง ถือว่าเป็นแบบอย่างของเมืองเลยก็ว่าได้ และเมืองก็ต้องมีหุ้นที่ควบคุมได้บ้าง เราไม่ได้ต้องการหุ้นมากมาย แค่ขายคืนให้เมืองสัก 11% ก็พอ คุณคิดว่าไง?”

 

ให้ตายสิ ผมใช้ความคิดตั้งนานกว่าจะเพิ่มหุ้นของตัวเองในบริษัทเครื่องจักรได้ แล้วอยู่ดีๆ คุณจะมาให้ผมขายหุ้นคืนให้เมืองง่ายๆ แบบนี้นะหรอ?

 

เฝิงหยู่ช่วยเหลือบริษัทเครื่องจักรในการนำเอาสายการผลิตสำหรับเครื่องจักรทางการเกษตรและรถจักรยานยนต์มาให้ เมืองคิดว่าสิ่งต่างๆ พวกนี้ทำไปแบบฟรีๆ งั้นหรอ?

เฝิงหยู่วางแผนเรื่องนี้มานานมาก คนงานปัจจุบันในรัฐวิหากิจก็ทำงานได้ไม่เลว แต่หลังจากปี 1995 รัฐบาลจะไม่ได้เป็นผู้มอบหมายงานอีกต่อไป และคนงานที่ไม่มีทักษะและความรับผิดชอบจำนวนมากก็จะเข้าไปทำงานในโรงงาน ซึ่งส่งผลให้รัฐวิสาหกิจถดถอย

 

ตอนนี้เฝิงหยู่ถือหุ้น 44% ในบริษัทเครื่องจักร แต่เขาก็ยังไม่พอใจ เขาอยากเป็นเจ้าของหุ้นมากกว่า 67% เพื่อที่จะควบคุมผลประโยชน์ของบริษัท เขาอยากได้บริษัทนี้เป็นของตัวเองและให้ทุกคนต้องทำตามแผนการของเขา

 

เขายังหาทางที่จะทำให้ได้หุ้นเพิ่มขึ้นอีก แล้วเขาจะคืนหรือขายหุ้นของเขาให้เมืองทำไมกัน?

 

ฝันไปเถอะ!

 

“รองนายกเทศมนตรีซวี่ ที่บริษัทเครื่องจักรประสบความสำเร็จทุกวันนี้ได้ก็เพราะเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยซึ่งผมเป็นคนนำมาจากสหภาพโซเวียต ถ้าไม่มีผม คุณคิดว่าบริษัทเครื่องจักรจะทำกำไรได้มากขนาดนี้ทุกปีหรอ? ไม่เพียงเท่านี้นะ ลองดูโรงงานต่างๆ ในเมืองสิ โรงงานพวกนี้มีความสามารถในการผลิตที่เพิ่มขึ้นและกลายมาเป็นคู่แข่งกันในตลาดภายในประเทศ คุณก็น่าจะรู้ว่าทำไมโรงงานพวกนี้ถึงเป็นแบบนี้ ตอนนี้คุณมาบอกผมว่าเมืองอยากมีหุ้นในบริษัทเครื่องจักรบ้างเพื่อควบคุมผลประโยชน์ของบริษัท ดังนั้นผมต้องขายให้คุณงั้นหรอ? แล้วทำไมผมต้องทำแบบนั้นด้วยล่ะ?

 

รองนายกเทศมนตรีซวี่ถึงกับสำลักเมื่อได้ยินเฝิงหยู่พูดแบบนี้  เขามั่นใจว่าเขาจะสามารถพูดโน้มน้าวเฝิงหยู่ได้ “อย่างเป็นมิตร” และคนที่ชอบใช้ความรุนแรงก็คือหลี่หมิงเต๋อ วันนี้เขาควรจะต้องทำตัวเป็นคนดีและคนที่เป็นตัวร้ายก็คือหลี่หมิงเต๋อ เขาคิดว่าถ้าเฝิงหยู่ไม่ยอมตกลงด้วย เขาก็จะถอยบ้างเล็กน้อย แต่เขาไม่คิดมาก่อนว่าเฝิงหยู่จะเป็นคนแข็งขนาดนี้!

 

รองนายกเทศมนตรีซวี่รู้เหตุผลสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมของเมือง นั่นเป็นเพราะเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากสหภาพโซเวียตมีราคาถูก อุปกรณ์เครื่องมือเก่าทั้งหมดถูกขายทิ้งและเปลี่ยนใหม่หมด แม้ว่าเมืองจะจ่ายเงินไปบางส่วน แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเงินกู้จากธนาคารโดยมีเมืองเป็นผู้ค้ำประกัน

 

ตอนนี้อุตสาหกรรมของเมืองได้รับการฟื้นฟูให้กลับมาดีขึ้นและค่อยๆ พัฒนาสู่จุดสูงสุด

 

เฝิงหยู่มีบทบาทในเรื่องนี้ทุกส่วนและยังสามารถพูดได้ว่าเรื่องนี้ทั้งหมดต้องยกความดีความชอบให้เฝิงหยู่!

 

ตอนนี้เฝิงหยู่ถามว่าทำไมเขาต้องขายหุ้นให้ด้วย รองนายกเทศมนตรีซวี่ไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร แต่ในใจเขาก็ยังคงรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ดีสำหรับเมืองและเพื่อผลประโยชน์ของพลเมืองในเมือง เขาต้องบีบบังคับเฝิงหยู่ต่อให้ได้!

 

EG บทที่ 208 การประชุมที่รัฐบาลเมือง (อ่านฟรี)
EG บทที่ 210 การเคลื่อนไหวของนักฆ่า ตอน 1 (อ่านฟรี)

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *