EG บทที่ 274 การลงทุนของเฝิงหยู่ (อ่านฟรี)

EG บทที่ 273 ซื้อหุ้นในกิจการเหมืองแร่ (อ่านฟรี)
EG บทที่ 275 เฝิงซิ่งไท่ผู้เป็นที่กล่าวขาน (อ่านฟรี)

 

 

การบินจากเมืองปิงไปฮ่องกงนั้นยุ่งยากมาก เฝิงหยู่ต้องบินไปลงที่สนามบินปักกิ่งเพื่อต่อเครื่องไปยังสนามบินนานาชาติเฉิงตูเทียนฟู่หรือเซี่ยงไฮ้ และจากที่นั่นก็ต้องเปลี่ยนเครื่องอีกรอบเพื่อที่จะบินไปฮ่องกง ถ้าเขาโชคดี เขาก็จะเปลี่ยนเครื่องแค่ครั้งเดียว แต่ถ้าเขาโชคไม่ดี เขาอาจะต้องเปลี่ยนเครื่องมากกว่า 3 ครั้ง สภาพการจราจรทางอากาศในประเทศจีนในขณะนี้แย่มาก ซึ่งไม่เหมือนกับในยุคอนาคตเลยที่มีเที่ยวบินตรงจากสนามบินเมืองปิงไปยังฮ่องกงได้เลย

 

หลังจากที่รอเป็นเวลาหนึ่งวันในฮ่องกง คิริเลนโกก็เดินทางมาถึง เขาพาลูกน้องมาด้วย 8 คน ซึ่งมีทั้งทนาย ล่าม คนถือกระเป๋าสัมภาระ และผู้ติดตาม

 

ที่สำนักงานกฎหมายวิลสัน ทั้งสองคนเซ็นสัญญากัน เฝิงหยู่อัดฉีดเงินทุน 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเข้าไปในบริษัทเอกชนเหมืองแร่มอสโกจำกัดเพื่อแลกเปลี่ยนกับหุ้นจำนวน 49% เดิมทีบริษัทนี้มีมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

เฝิงหยู่รู้สึกตกใจมาก เขาคิดว่าคิริเลนโกมีเงินแค่ไม่กี่ร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าคิริเลนโกจะมีเงินมากถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นั่นหมายความว่าเขาได้เงินกู้มามากกว่าสองสามร้อยล้านรูเบิ้ล เขาจะต้องขอเงินกู้เพิ่มมากขึ้นอีกแน่ๆ

 

แน่นอนว่าเฝิงหยู่ไม่ได้ขาดทุนมากนัก เขาใช้เงินไปมากกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐและได้หุ้นน้อยกว่าแค่ 1% คิริเลนโกจะชดเชยในด้านอื่นๆ ให้เฝิงหยู่แทน เช่น เฝิงหยู่อยากได้สายการผลิตรถยนต์วอลก้า สายการผลิตรถจักรยานยนต์เพิ่มเติม เทคโนโลยีเครื่องกำเนิดไฟฟ้า หรือเทคโนโลยีเครื่องบินอื่นๆ

 

มูลค่าของสิ่งเหล่านี้ยังไม่สามารถกำหนดได้ ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่มีในตลาดแม้ว่าคุณจะเสนอเงินให้จำนวนมากก็ตาม เฝิงหยู่อยากได้เทคโนโลยีพวกนี้เพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือหรือสร้างความสัมพันธ์กับโรงงานมอเตอร์และโรงงานการบิน

 

ทั้งสองฝ่ายพึงพอใจกันทั้งคู่ คิริเลนโกประหยัดเงินไปได้เยอะมากและก็ยังได้ถือหุ้นมากกว่า 50% ในบริษัทเหมืองแร่ ส่วนเฝิงหยู่ใช้เงินมากกว่า แต่คิริเลนโกก็รับปากกับเขาแล้วว่าจะหาเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาให้เขา เขายังมีอำนาจในการตัดสินใจบางเรื่องในบริษัทเหมืองแร่ด้วย

 

แม้ว่าคิริเลนโกจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ แต่เฝิงหยู่เชื่อว่าถ้าเขาอยากจะให้ขายแร่ให้ประเทศจีน คิริเลนโกก็จะไม่ปฏิเสธแน่นอน

 

ตระกูลฟู่ได้ยินว่าเฝิงหยู่มาที่ฮ่องกงอีกครั้ง จึงส่งฟู้กวางเจิ้งมาเป็นตัวแทนของตระกูลเพื่อดูแลเฝิงหยู่และเพื่อน เฝิงหยู่รู้ว่าที่ตระกูลฟู่มาทำแบบนี้ก็เพราะว่าพวกเขาอยากเป็นเพื่อนกับคิริเลนโกเหมือนกัน

 

แต่เฝิงหยู่ก็ไม่ได้สนใจอะไร คิริเลนโกสนิทกับเขามากกว่าอยู่แล้ว และตระกูลฟู่ก็ไม่สามารถสร้างความร้าวฉานให้กับมิตรภาพของพวกเขาได้ เฝิงหยู่ยังใช้ประโยชน์จากประวัติพื้นหลังของครอบครัวคิริเลนโกในการเพิ่มสถานะตัวเองในสายตาของตระกูลฟู่ด้วย

 

แต่หลังจากที่ฟู่กวางเจิ้งเดินทางมาถึง เฝิงหยู่ก็รู้สึกเซ็งนิดหน่อย ทั้งสามคนพูดคุยกัน และล่ามของคิริเลนโกก็ไม่ได้ตามมาด้วย สุดท้ายเฝิงหยู่เลยต้องกลายเป็นล่ามให้สองคนนี้แทน

 

ให้ตายสิ ฉันรวยกว่าพวกคุณทั้งสองคนอีกนะ แล้วทำมันยังต้องมาเป็นล่ามให้คุณ?

 

หลังจากรับประทานอาหารกลางวันและส่งฟู่กวางเจิ้งกลับแล้ว เฝิงหยู่และคิริเลนโกก็กลับไปที่โรงแรม ทั้งสองคนเริ่มคุยเรื่องธุรกิจกัน ในขณะเดียวกัน พี่น้องตระกูลฟู่ก็รวมตัวกันอีกครั้ง

 

“กวางเจิ้ง แกบอกว่าชาวโซเวียตคนนั้นมีประวัติพื้นเพทางทหารหรอ?” ฟู่หยงฉีขมวดคิ้ว

 

“ใช่แล้วครับ พ่อของเขาเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกองทัพทหารโซเวียต ลุงยังจำการทำธุรกิจค้าเครื่องบินของเฝิงหยู่เมื่อสองสามเดือนก่อนได้มั้ยครับ? นั่นก็เป็นเพราะผู้ชายคนนี้แหละ เขาสามารถหาเครื่องบินจากโรงงานทหารมาให้ได้ในราคาที่ถูก”

 

พี่น้องทั้งสี่มองหน้ากัน พวกเขาตกใจมาก พวกเขารู้ทันทีว่าพวกเขาจะต้องประเมินประวัติความเป็นมาของเฝิงหยู่ใหม่แล้วล่ะ

 

พวกเขารู้ว่าเฝิงหยู่มีคอนเนคชั่นในสหภาพโซเวียต ไม่งั้นเฝิงหยู่คงไม่สามารถทำการค้ากับสหภาพโซเวียตได้หรอก พวกเขาคิดว่าเฝิงหยู่คงมีความสัมพันธ์กับรัฐบาลของสหภาพโซเวียต แต่พวกเขาไม่คิดว่าเฝิงหยู่จะมีคอนเนคชั่นกับพวกทหารของสหภาพโซเวียต พวกเขาไม่ได้เชี่ยวชาญในเรื่องการเมือง แต่พวกเขารู้ว่าถ้าเศรษฐกิจของประเทศไม่ดี อำนาจของรัฐบาลก็จะต่ำลงไปด้วย แต่กลับกันอำนาจของทหารจะเพิ่มมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น กองทัพทหารของสหภาพโซเวียตก็เป็นกองทัพที่มีกำลังมากที่สุดในโลก

“นายบอกว่าเฝิงหยู่ลงทุนในบริษัทของโซเวียตด้วยหรอ? นายรู้หรือเปล่าว่าเฝิงหยู่ลงทุนไปเท่าไหร่?”

 

“ผมไม่แน่ใจ แต่เฝิงหยู่บอกว่าเขาลงทุนไปครึ่งนึงของสินทรัพย์ที่เขามีอยู่ในบริษัทนั้น จากการลงทุนของเฝิงหยู่ในน้ำมันก่อนหน้านี้ เขาก็น่าจะได้เงินอย่างน้อย 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ การลงทุนของเขาในการซื้อขายทองคำลอนดอนล่วงหน้าก็ทำกำไรให้เขาอย่างมาก เขาได้กำไรเยอะจากการลงทุนทั้งหมดของเขาและไม่เคยขาดทุนเลย ผมประเมินว่าสินทรัพย์ของเฝิงหยู่น่าจะเกือบๆ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ”

 

โอ้………

 

นอกจากฟู่หยงฉี พี่น้องอีกสามคนก็ตกใจมากด้วยเหมือนกัน

 

เฝิงหยู่มีสินทรัพย์มากขนาดนี้เลยหรอ? อย่าบอกนะว่าเฝิงหยู่รวยกว่าพวกเขาสามคนเสียอีก? สินทรัพย์ของพี่น้องทั้งสามต้องขึ้นอยู่กับมรดกของตระกูลฟู่ ซึ่งดูแลโดยพี่ชายคนโตสุดของพวกเขา และพวกเขาต้องมานะบากบั่นมาหลายปีกว่าจะมีวันนี้ได้

 

แต่เฝิงหยู่คนนี้อายุยังไม่ถึง 20 ปีเลยด้วยซ้ำ แต่มีสินทรัพย์มากกว่าพวกเขางั้นหรอ?

 

ฟู่หยงชวีถอนหายใจ “เหล่าซื่อถ้านายไม่ได้มาจากตระกูลฟู่ เขาอาจจะทำให้บริษัทของนายล้มละลายได้โดยการแย่งหุ้นมาได้เลยนะ แล้วนายก็จะไม่มีทางสู้เขาได้ด้วย”

 

“ฮึ่ม!” ฟู่หยงจิ้นยังรู้สึกเสียดายที่เมื่อก่อนทำกับเฝิงหยู่แบบนั้น ถ้าเขารู้ว่าการคาดการณ์ของเฝิงหยู่จะสามารถทำเงินได้มากขนาดนี้ภายในระยะเวลาอันสั้น เขาจะยอมเฝิงหยู่ทุกอย่างและบอกให้ลูกชายของเขา ฟู่หยงเจิ้ง คอยตีสนิทกับเฝิงหยู่

 

แม้ว่าฟู่หยงฉีจะห้ามฟู่หยงจิ้นไม่ให้แก้แค้นเฝิงหยู่ แต่ฟู่หยงจิ้นก็ยังรู้สึกเจ็บปวดจากเหตุการณ์ครั้งนั้นอยู่ดี เขายังอยากจะสร้างปัญหาในบริษัทจำหน่ายของเฝิงหยู่ด้วยซ้ำ เขาไม่เชื่อว่าจะสามารถทำอะไรเขาได้ถ้าเขาไม่ลงทุนในตลาดทางการเงิน

 

แต่ตอนนี้ เขาไม่กล้าคิดแบบนั้นแล้ว ความสามารถของเฝิงหยู่ในการหาเงินสร้างความประทับใจให้ทุกคนอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้น ฟู่หยงจิ้นสามารถฟื้นตัวและเอาเงินที่เสียไปกลับคืนมาได้และยังทำเงินได้เพิ่มอีก 100 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงด้วย

 

แม้ว่าเขาอยากจะแก้แค้นเฝิงหยู่มากแค่ไหนก็ตาม แต่เขาก็ไม่สามารถทำแบบนั้นได้ ถ้าพี่ชายคนโตสุดของเขาไม่ช่วยเหลือเขา สินทรัพย์ของเขาก็ไม่พอที่จะไปมีเรื่องกับเฝิงหยู่ ใช้วิธีการด้านมืดงั้นหรอ? ฟู่หยงฉีบอกว่าเฝิงหยู่สามารถเอาข้อมูลนี้มาได้ก็เพราะว่ามีคนอยู่เบื้องหลังเขา คนที่อยู่เบื้องหลังเขาอาจจะเป็นหนึ่งในผู้นำหลักของประเทศจีนก็ได้ เขาอาจจะไม่สนใจกับเหตุการณ์เล็กๆ พวกนี้ แต่ถ้าเกิดอะไรไม่ดีขึ้นกับเฝิงหยู่ เขาจะต้องมาแก้แค้นตระกูลฟู่แน่ๆ

 

ตอนนี้ตระกูลฟู่ยังโอเคอยู่ แต่หลังจากปี 1997 ที่มีการจัดการทั่วฮ่องกง ตระกูลฟู่จะยังโอเคอยู่หรือเปล่า?

 

แทนที่จะสร้างศัตรูกับคู่แข่งที่มีอำนาจ ทำไมไม่ผูกมิตรแทนล่ะ? ตระกูลฟู่แสดงความจริงใจโดยการขายหุ้นไอว่าให้เฝิงหยู่ เฝิงหยู่ก็แบ่งปันข้อมูลสำคัญบางส่วนให้พวกเขาเป็นการตอบแทน

 

ฟู่หยงจิ้นยังต้องการใช้เงินมาก เขาอยากจะพัฒนาธุรกิจของเขาในประเทศจีน ถ้าเขาครอบครองตลาดประเทศจีนได้ เขาจะกลายเป็นมหาเศรษฐี!

 

ฟู่หยงฉีกำลังคิดว่าเฝิงหยู่ลงทุนเงินจำนวนมากในบริษัทไหนกันแน่ นี่คือการลงทุนด้วยเงินมากกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อะไรในสหภาพโซเวียตที่คุ้มค่าแก่การลงทุนมากขนาดนั้น?

 

เฝิงหยู่บอกว่าสหภาพโซเวียตจะล่มสลาย แต่ทำไมเขากลับลงทุนที่นั่นล่ะ? เขาไม่กลัวว่ารัฐบาลใหม่จะไม่ยอมรับการลงทุนของเขาและยึดทุกอย่างไปหรอ?

 

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เฝิงหยู่มีสถานะที่สูงมาก ถ้าสูงกว่านี้ ก็เทียบเท่านักธุรกิจที่ร่ำรวยและมีอิทธิพลมากอย่างพวกซุปเปอร์แมนลี่แล้วล่ะ!

 

พวกเขาต้องเป็นเพื่อนกับเฝิงหยู่ต่อไป!

 

EG บทที่ 273 ซื้อหุ้นในกิจการเหมืองแร่ (อ่านฟรี)
EG บทที่ 275 เฝิงซิ่งไท่ผู้เป็นที่กล่าวขาน (อ่านฟรี)

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *